หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.13


ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ว่าคนทั้งห้ากลับไม่ได้เอ็นจอยไปกับมันเลย เพราะถึงแม้ว่าจะมีเวลาทั้งคืน แต่ว่าพวกเขานั้นต้องแข่งกับเวลาด้วย เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายจนต้องเสียเวลาไปมาก


ด้วยความที่พวกโยชิกิถนัดงานกลางคืน การไปเอาหินแสงจันทร์จึงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะพวกเขามีเวลาทั้งคืนและพวกเขานั้นไม่ง่วงง่ายๆแน่ กับงานแบบนี้ แต่พวกเขารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ภารกิจง่ายๆเลย เพราะจากคำบอกเล่าของลุงช่างอาวุธนั้น มันไม่น่าจะง่ายแน่ๆ แถมบาดแผลที่ชายคนนั้นได้มามันก็น่ากลัวแล้วรักษายุ่งยากอีก


ในส่วนรูปแบบการเดินนั้น ทวิ้กกี้เดินอยู่ข้างหน้าสุด เพราะดาบที่เขามานั้นค่อนข้างมีน้ำหนักที่ไม่ใช่น้อยๆ แถมเป็นอาวุธระยะประชิดอีก ส่วนโยชิกิก็คอยเดินประกบหลังทุกคนให้ เพราะถ้าหากว่ามีมอนสเตอร์มาโจมตีจากข้างหลัง เขาจะได้ไหวตัวทันและเสียบคอมันก่อนที่จะล้วงใครสักคนในทีม มาริลินนั้นก็คอยแทงค์ให้ฮิเดะกับไทจิอีกที มอนสเตอร์ในป่านี้มันขึ้นชื่อเรื่องความตีแรงมาก แค่มาริลีนแทงค์คนเดียวก็น่าจะเอาไม่อยู่แล้ว ทวิ้กกี้เลยอาสาจะช่วยแทงค์ด้วย


“เฮ้ย!!! แมลงประหลาดพวกนั้นมันรวมฝูงกันน่ะ” ทวิกกี้หยิบปืนที่เขาเอามาแนบไว้กับเข็มขัด มันเป็นอาวุธที่เขาจะใช้ ถ้าหากว่าศัตรูมันบินได้หรือโจมตีจากระยะไกลได้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะใช้มันแน่ และเขาก็เริ่มที่จะร่ายเวทย์ไฟ เพื่อที่จะจัดการห่าแมลงคลั่งพวกนี้ แต่มันกลับเผาไปได้เพียงกระจุกนึงเท่านั้น
“เชี้ยเอ้ย ระยะไม่กว้างพอที่จะเอาพวกมันทั้งฝูงลงเล- เฮ้ย!!!”
ฝูงแมลงได้พุ่งมาที่ชายผมดำอย่างบ้าคลั่ง ทวิกกี้ร่ายเวทย์ไฟอีกครั้ง แต่ว่าฮิเดะกลับเดินประจันหน้าและจับข้อมือของเขาเอาไว้
“มันไม่ดีหรอกนะทวิกกี้จัง ขืนใช้เวทย์แบบนี้นายจะไม่ไหวเอาได้นะ”
“หมายความว่ายังไง ฮิเดโตะ”
“ฟังให้ดี เพราะเราจะไม่อธิบายซํ้านะ
เราจะร่ายเวทย์ลมเป็นวงแหวนล้อมรอบตัวเรานะ พอมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทวิกกี้จังก็ร่ายเวทย์ไฟใส่วงแหวนนะ ที่เหลือก็ให้ฉันวิ่งเข้าไปหาพวกแมลงนั้นน่ะ”


ทวิกกี้คิดอยู่สักครู่ ก่อนที่เขาจะทำตามที่มือกีต้าร์ร่างเล็กบอก และสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือ พายุวงแหวนของฮิเดะที่รายล้อมไปด้วยเวทย์ไฟของเขา และมือกีตาร์ผมสีชมพูก็วิ่งเข้าไปกลางวงทันที


“สตรอมส์ไฟเยอร์!!!”


ฮิเดะร่ายเวทย์อย่างสุดเสียง วงแหวนเพลิงก็ได้เป่าพวกแมลงมฤตยูไปจนหมดฝูง ซากของพวกมันไหม้เป็นตอตะโก ควันจากพวกมันส่งกลิ่นไหม้แปลกๆออกมา มือกีตาร์หนุ่มเมื่อเขาสังเกตุเห็นความผิดปกติบางอย่างได้ เขาก็ได้รีบพาเพื่อนผมดำของเขาไปสมทบกับคนอื่นที่เหลือทันที


อีกด้าน


มาริลีนยืนสกัดไม่ให้พวกซิลเวอร์วูลฟ์เข้าถึงตัวไทจิ ส่วนโยชิกิก็คอยฆ่าพวกมันทีละตัวสองตัว และด้วยความที่เขี้ยวของพวกซิลเวอร์วูลฟ์มันมีฤทธิ์ที่ทำให้ร่างกายของคนที่โดนกัดเลือดไหลไม่หยุด หากไม่ใช้เวทย์รักษาให้ทัน อาจจะทำให้ผู้ที่โดนกัดนั้นเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากเกินไป ไทจิก็คอยใช้เวทย์รักษาอาการเป็นระยะๆ แล้วก็ร่ายเวทย์เสริมความเร็วให้มือกลองหนุ่มและเพื่อนผมสีเพลิงของเขา เพื่อเพิ่มความเร็วการโจมตีปกติให้มากขึ้น และสามารถหนีพวกมันเพื่อไปสมทบกับฮิเดะกับทวิกกี้


“วู้ว พวกแมลงนรกนั้นน่ารำคาญชะมัดยากเลย ดีนะที่ฮิเดโตะช่วยฉันไว้”


“ไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบคุณพวกเขาด้วย เราหมายถึงพวกคุณปู่คุณย่าที่สอนเวทย์น่ะ”


หนุ่มผมดำยิ้มพลางคิดไปในใจว่า ฮิเดะนั้นพัฒนาไวมาก จนเขาแทบจะไม่เชื่อเลยว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังต้องให้โยชิกิปกป้องอยู่เลย แต่ตอนนี้เขานั้นเก่งมากที่สามารถพลิกแพลงการใช้เวทย์มนต์ให้เป็นประโยชน์กับพวกพ้องคนอื่นๆได้ด้วย
และแล้วพวกโยชิกิก็วิ่งตามมาสมทบพวกฮิเดะอีกที พวกเขาก็เล่าเรื่องตอนที่เจอกับพวกซิลเวอร์วูลฟ์และไทจิก็หยิบเขี้ยวของพวกมันมาด้วย เพื่อที่นอกจากเขาจะนำมาปรุงยาแล้ว มันยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้ด้วย


“ดีนะที่เรามีมือเบสสองคนที่คนนึงเป็นผู้พิทักษ์ที่ทำได้หลายหน้าที่ อีกคนก็เป็นตัวซัพฯชั้นยอด แถมมีความรู้เรื่องยาอีก ฮ่าๆ”
“น้อยๆหน่อยแมนสัน ฉันก็แค่มาช่วยตามคำขอของฮิเดะจังเท่านั้นแหละ”
“ว่าแต่โยจัง ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะ เพราะพวกเราเห็นที่ๆคล้ายสิ่งก่อสร้างยุคโบราณเลย”


โยชิกิมองนาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลาที่ 2 ทุ่ม 14 นาที แล้วมือกลองหนุ่มมองรูปแบบอาคารแล้วได้แต่รู้สึกแปลกใจ เพราะรูปทรงอาคารนั้นมันมีรูปร่างคล้ายพีรามิดก็จริง แต่มันถูกก่อด้วยหินสลักและสิ่งที่ถูกสลักมานั้น มีแต่ข้อความที่เขาอ่านไม่ออกทั้งนั้นเลย ถึงแม้ว่านั้นเป็นภาษาอังกฤษก็ตามที
แต่โชคดีที่ฟร้อนแมนร่างสูงอ่านมันออกและเขาก็ตัดสินใจที่จะอ่านออกเสียง


“ประตูวิหารแสงจันทร์นั้นจะไม่สามารถเปิดได้ หากไม่เล่นเครื่องดนตรีเครื่องสาย”


“งั้นหมายความว่า… ทุกคนจ๊ะ ให้เราเล่นดี- อ่ะ!!”
ก่อนที่ฮิเดะจะพูดจนจบ ก็ได้มีเด็กผู้หญิงคนนึงปรากฏตัวขึ้นและเอามือฟาดต้นขาของมือกีตาร์หนุ่มอย่างแรง และเธอก็ได้เอ่ยว่า
“พี่ชายผมสีชมพูคนนั้นน่ะ เล่นไม่ได้นะ มันสงวนให้กับเทพธิดาแห่งแสงเท่านั้นค่ะ”
เด็กผู้หญิงชุดแดงขาวก็ได้หยิบกีต้าร์โปร่งขึ้นและมอบให้กับไทจิ
“ขอโทษนะฮิเดะจัง จิซาโตะเขาไม่ได้จะเสียมารยาทหรอกนะ แต่ว่า…” มือเบสผมบลอนด์เอ๋ยคำขอโทษกับเพื่อนของเขา


“ไม่เป็นไรหรอกนะไทจัง ฉฉันผิดที่รีบร้อนเกินไปจ๊ะ”
“ท่านเทพธิดาแห่งแสงคะ คือว่า ถ้าจะรับเจ้านี่ด้วยได้ไหมคะ เพราะว่ามันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”


ไทจิรับของมาจากเด็กหญิงอย่างเต็มอกเต็มใจ เขาเชื่อเลยว่า ของที่จิซาโตะประดิษฐ์ออกมามันจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพแน่นอน
“นี่หนู ไอ้ที่เหมือนเข็มกลัดเพชรอันเท่านิ้วชี้มันคืออะไรล่ะ”มาริลีนถามเด็กหญิงพร้อมกับจับหัว แต่เธอสะบัดมือของเขาออกจากหัวของเธอ
“มันคือเครื่องเทเลพอร์ต สามารถวาร์ปไปไหนก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องจำเอกลักษณ์ของสถานที่นี้ได้ และอย่าเรียกหนูแบบนั้นนะ หนูชื่อจิซาโตะต่างหาก”
“ก็ได้ๆ”
“นี่มาริลีนจัง อย่าไปหยอกเด็กอย่างนั้นสิ!”


ในระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกับจิซาโตะอยู่นั้น ทุกคนก็เริ่มได้ยินเสียงบรรเลงจากกีตาร์โปร่ง และนั่นก็เป็นภาพที่สวยสะดุดตาเป็นอย่างมาก


ไทจินั่งพับเพียบ และบรรเลงเพลงVoiceless Screaming ขึ้น เขาปัดผมยาวเลยบ่านิดหน่อยของเขาไปข้างหลัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายแข่งกับดวงดาว ผมสีบลอนด์ของเขาที่กระทบแสงจันทร์นั้นแวววาวเหมือนดิ้นทองที่ปักตามชุดสวยงาม


สำหรับมือกลองผมสั้นแล้ว…
นั่นคือภาพสุดท้ายของไทจิในฐานะมือเบสวง X
แต่มีอย่างเดียวที่ไม่เหมือนคือ…


นํ้าตา… คืนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมต้องลาออกกระทันหัน เกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นที่ไทจิมาดูแลเขาอยู่ข้างๆ ที่พอเขามาที่ห้องนั่งเล่นก็มีคราบน้ำแปลกๆและเศษผ้าจากชุดของไทจิอยู่ข้างเปียโน…


และที่สำคัญ ไทจิที่นอนไม่ได้สติ แถมถูกมัดด้วยเศษผ้าของเขาและร่างกายที่แทบจะเหมือนเป็นสาวน้อยผู้สูญเสียพรรมจรรย์

((ยาเสน่ห์… มนต์ตรา… อะไรกันแน่นะ))


แต่โยชิกิไม่มีเวลาคิดแล้ว เพราะประตูวิหารได้เปิดออกแล้ว และอะไรที่จะรอพวกมังกรแห่งสวรรค์ในวิหารแสงจันทร์กันแน่
จบตอน

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.12


“นี่มันก็ผ่านไปสองวันแล้วนะ อีนังนั่นมันทำชุดใหม่ให้พวกเราเสร็จยังล่ะ” มาริลีนพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหัวร้อน โดยที่เพื่อนมือกีตาร์ผมดำคอยห้ามปรามเขาอยู่
“มาริลีน ใจเย็นๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีจิตวิญญาณของอาร์ตติสสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ให้เวลาเขาเถอะ
แต่ว่า ฮายาชิ นายจะเรียกหอกของนายใช่ไหม…”ทวิกกี้ถามโยชิกิด้วยความสงสัย
แสงสีเขียวได้สาดส่องรอบๆห้อง และมันก็กลายเป็นหอกเงินที่ตอนนี้ มันมีสภาพที่มีรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าของคนก่อนได้ใช้ท่าไม้ตายสุดยอดจนอาวุธร้าวบวกกับตอนนั้นที่พวกเขาฝ่าวงล้อมพวกมานาด้วย เลยมีสภาพอย่างที่เห็น
“…..
มันคงจะดูแย่มากเลย ฮายาชิ พอเขาตัดชุดเสร็จแล้วเราก็จะไปที่ร้านอาวุธเลย”
“ทุกท่านครับ เอิ่ม..คือว่า..
คุณมาริโกะตัดชุดเสร็จแล้วครับ”
“เย้ ในที่สุดก็ได้ชุดจากนังคนติสต์แตกแล้ว!!!”
“เอ่อ มาริลีน… เดิมอาการไว้ก่อนนะ…”

ร้านตัดชุดของมาริโกะ 10:34น.
“อีกคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับท่านมังกรแห่งสวรรค์ ว้าย!!!
อุตส่าห์ยอมนอนน้อยเพื่องานสุดเลิศเลออลังการงานสร้างจากท่านมาริโกะผู้นี้!!
ทาด๊า!!!”
“เงียบไปเลย นังคนติ้งต๊อง!!”
มาริลีนได้ออกมาจากห้องลองชุดเป็นคนแรก เขาสวมบอดี้สูทสีดำทับด้วยเสื้อกั๊กยาวติดกระดุมสีแดงสดใส และแจ๊กเก็ตสีแดงเข้ม ผูกด้วยไทด์สีขาวมีทับทิมเป็นวอกเกิ้ล ถุงมือและถุงเท้ายาวสีดำ รองเท้าคัทชูสีแดงสดและต่างหูสามเหลี่ยมสีแดง
ต่อมา โยชิกิก็ได้ออกมาเป็นคนต่อไป เขาสวมเสื้อเชิ้ตคอวีสีขาวแต่งด้วยระบาย แถบผ้าสีเขียว และลูกไม้ ติดเข็มกลัดมรกตเอาไว้ กางเกงหนังสีดำ รองเท้าบูทหนังสีน้ำตาลแต่งปีกสีขาวและสายเชือกสีเขียว ถุงมือสีดำและสร้อยไข่มุกยาว
ทวิกกิ้ออกมาเป็นคนสุดท้าย เจาสวมบอดิ้สูทสีกรมท่าทับด้วยเสื้อเชิ้ตสไตล์กิ๊บสันเกิร์ล โบว์ไขว่สีดำแต่งกระดุมทับทิม เสื้อกั๊กลายสก๊อตสีแดง ถุงมือสีดำ ถุงน่องสีดำรองเท้าสลิปออนสีขาว-แดง-กรมท่า เขารวบผมเป็นทรงหางลาและมัดมันด้วยผ้ามัดผมสีแดงและที่คาดผมสีแดง
((ชุดอะไรกันเนี่ย นอกจากเรื่องนังติสต์แตกเป็นคนออกแบบชุดพวกนี้แล้ว พวกเราก็รู้สึกได้ว่าไม่ร้อนและก็ไม่หนาวเลย และมันคงออกแบบมาให้ทนทานกับการต่อสู้ที่จะเกิดในภายภาคหน้าแน่…))

จากนั้นทั้ง3ก็ไปที่ร้านอาวุธทันที จากนั้นชายเจ้าของร้านก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และเขาก็ได้พูดว่า
“สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่างคนนี้ช่วยไหมครับ”
“เอิ่ม..คือว่า…..
จะให้คุณซ่อมเจ้านี่ให้หน่อยครับ”
มือกลองตั้งสมาธิ จากนั้นแสงสีเขียวได้ส่องประกายกลายเป็นหอกที่ตอนนี้มันมีสภาพที่ดูไม่จืดเลย ตัวด้ามจับมีรอยขีดข่วนจากดาบและของมีคมรวมถึงเวทย์หนักๆจนมันมีรอยเซาะเกือบครึ่ง ตัวเหล็กของหอกก็มีรอยร้าวขนาดใหญ่จำนวนมากพร้อมที่จะหักได้ทุกเมื่อ
เขาก็ได้บอกว่า
“คือว่านะครับ คุณฮายาชิ
ปกติแล้วเจ้าหอกตัวนี้มันจะสามารถฟื้นฟูสภาพด้วยตัวเองได้ แต่ว่า….”
“แต่ว่าอะไรครับ!?”
“มันซ่อมตัวเองไม่ไหวแล้ว ถึงจะไหวแต่มันต้องใช้เวลาอีก5ปี ในการซ่อมแซมตัวเอง
หรือไม่ก็….อืม…”
“รีบตอบมาสิ ตาแก่ เราจะซ่อมมันยังไงดีล่ะ
เราต้องแข่งกับเวลานะช่าง พวกมังกรแห่งปฐพีอะไรนั่นจะทำอะไรชั่วๆกับเจ้าแมงมุมน้อยนะ
พวกเราอยู่เฉยไม่ได้เเล้วนะ!!”
“ช่างครับ ขอร้องเถอะนะ….”
นายช่างเงียบไปสักครู่ ก่อนที่จะเดินไปหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ลายมือมันช่างอ่านง่ายแต่ยังดูสวยงามในสายตาคนที่ได้อ่านมัน
‘หากเจ้าต้องการซ่อมแซมอาวุธของเหล่ามังกรและผู้พิทักษ์ที่เสียหายร้ายแรง แต่ไม่มีเวลารอมันซ่อมแซมด้วยตัวเอง เจ้าจะต้องหาของต่อไปนี้ เพื่อเอามันมาซ่อมอาวุธที่เสียหายเหล่านี้.
1.ผงประกายดาว
2.แร่พิเศษ
3.อัญมณีแสงจันทร์”
“แต่ว่ามันมีปัญหาอยู่นะท่านทั้งสาม” นายช่างได้กล่าวไว้
“สองอันแรกกระผมมีมันอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ขอรบกวนไปเอาอัญมณีแสงจันทร์แทนกระผมได้ไหมครับ” นายช่างได้รีเควสชายทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า
“อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะลุง…ยึ้ย!”มาริลินไม่ทันได้พูด เขาก็เห็นรอยแผลที่ดูแล้วไม่เจริญตามากๆ
“แผลนั่น….คุณโดนอะไรมา
เพราะเท่าที่ดูลักษณะแผลแล้ว เหมือนคุณโดยอะไรกัดแล้วก็เผาไหม้ไปด้วยเลย”ทวิกกี้ถามนายช่างวัยกลางคน แผลที่ดูน่ากลัวนี้มันคืออะไรกันแน่ มันไม่เคยมีอยู่ในหนังสือแพทย์ที่ไหนเลย
“เฟลมไทฟูนไง”
“เฟลมไทฟูน…มันคือ…”
“สัตว์ประหลาดที่อยู่ในวิหารแสงจันทร์ มันชอบที่จะทำร้ายผู้คนที่จะเข้าใกล้รังหรือที่กบดานของมัน
แต่ปกติแล้ว มันควรจะอยู่ที่ภูเขาไฟนี่นา แย่ล่ะ เป็นเพราะไอ้เหตุอาเพศนั่นแน่ๆเลย”
คำพูดของนายช่าง ทำให้โยชิกิเริ่มสงสัยทันทีและก็นึกอะไรบางอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่ฝนตกในช่วงธันวาคม ฮิเดะที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในฐานะ’เทพธิดาแห่งความมืด’ โทชิที่อยู่ๆก็มาทำร้ายเขาและอีกมากมาย
หรือว่า….
ไอ้คำพยากรณ์นั่นที่แม่หมอคนนั้นพูด มันอาจจะเป็นเรื่องจริง
แต่เขาคงไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อยหรอก
“วิหารแสงจันทร์อยู่ไหนครับ” เขาได้ถามนายช่างต่อ
“มันอยู่ที่ป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไป 3.5กิโลเมตรทางตะวันตก แนะนำให้ไปยามสนธยา เพราะว่าเป็นเวลาที่อัญมณีมันเริ่มทำงานและต้องเอามาก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นเต็มที่ เพราะจะทำให้อัญมณีมีรอยร้าว ตอนนี้ก็สี่โมงเย็นแล้ว พวกท่านก็เริ่มเตรียมตัวเถอะ กระผมจะพักผ่อนหน่อย โอ้ย …..”
“เข้าใจแล้วล่ะ งั้น ฮายาชิ รามิเรซ ไปหาอัญมณีกัน
เฮ้ย! ชวนฮิเดะไปด้วยสิ แล้วก็พ่อผมบลอนด์สกปรกคนนั้นด้วย”
ฟรอนต์แมนผมสีแดงได้พูดขึ้น เขาตั้งใจมากที่จะไปเอาอัญมณีแสงจันทร์ พร้อมๆกับขอยืมอาวุธจากนายช่างด้วย
มันเป็นหอกที่ถึงจะมีพลังไม่เท่ากับหอกอันนั้น แต่มันทรงพลังสุดๆ มากพอที่จะล้มมังกรตัวใหญ่ๆได้
ขณะเดียวกัน ที่โบสถ์ ห้องนอนของแขก
ฮิเดะยิ้มกริ่ม การฝึกเวทย์ของเขาได้ผลดีเกินคาด คุณยายคนนี้สอนเหมือนคุณยายของเขาเลย ไม่นานก็ได้มาสี่คาถาแล้ว มีแต่เวทย์โจมตีทั้งนั้นเลย แต่เขาก็ไม่สน เขาสนแต่จะช่วยคนรักของเขาเอง
ถึงแม้ว่ามันจะทำอะไรได้ไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลงมือทำแน่ๆ
แต่บางที เขาก็รู้สึกว่าช่วงนี้ เวลาที่เขานึกถึงโยชิกิทีไร ร่างกายของเขามันจะรู้สึกร้อนแปลกๆ แต่เขาไม่ค่อยที่จะกังวลมากนัก เพราะมันไม่เกี่ยวกันกับการฝึกเลย และไม่ส่งผลกระทบต่อเขาด้วย แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องระหว่างไทจิและโยชิกิ ที่ตัวมือกีตาร์ผมสีชมพูนั้นไม่เข้าใจนักว่าทำไม พอตัวมือกลองร่างสูงพยายามเดินเข้าไปหา ตัวไทจิกลับมีท่าทีหวาดกลัวและอยู่ใกล้ตัวฮิเดะตลอด นอกจากตอนที่จะเข้านอนแล้ว
ก๊อกๆ
“ฮิเดะ นี่ไทจิพูดนะ”
“มีอะไรเหรอ ไทจัง หน้าตาดูไม่ร่าเริงเลยนะ” ฮิเดะถามเพื่อนหนุ่มของเขา หลังจากเห็นสีหน้าที่ดูไม่สบายใจ
((แปลกแหะเวลาเขาไม่สบายใจ เขาจะบอกกับเรานี่ แต่ว่า…มันทะแม่งๆดีนะ ที่เขายังดูไม่ร่าเริงเลย
หรือมีอะไรเกี่ยวกับโยจังกันแน่นะ เพราะเขาก็มีท่าทีที่ระแวงเขาอยู่))
เขาเดินเข้าหาอดีตเพื่อนร่วมวงด้วยความเป็นห่วง ใจจริงไทจิอาจจะรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจทุกคน โดยเฉพาะโยชิกิที่ดูเหมือนว่าเขายังคง50/50อยู่แล้วตัวไทจิยังรู้สึกกังวลสุดๆ
แต่ว่า
“มัตสึโมโต้!!!!!!!!”
มือกีต้าร์ผมดำวิ่งเขามาหาเพื่อนชาวญี่ปุ่นของเขาและแน่นอนอยู่แล้วว่า จะต้องเป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้ใช้เวทย์มนต์แน่ๆ
“เย็นนี้ไปที่วิหารแสงจันทร์กันเถอะ”
“เอ๋?!
จะไปทำอะไรล่ะ ทวิกกี้ เวทย์มนต์ของเรายังไม่มากพอที่จะไปลงพื้นที่จริงนะ นายแน่ใจแล้วเหรอ?”
“ไปหาอัญมณีแสงจันทร์ ลุงช่างอาวุธเขาต้องการเอามันไปซ่อมอาวุธของพวกเราสามคนน่ะ ฉันกลัวว่าแค่สามคนก็ไม่น่าไหว เพราะฉันเองก็เห็นแผลคุณช่างอาวุธแล้ว มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย” ทวิกกี้อธิบายให้เพื่อนมือกีตาร์ของเขาฟัง ดูเหมือนว่าพวกเขามาขอความช่วยเหลือจากฮิเดะ เพราะมอนสเตอร์ที่ลุงช่างอาวุธเจอนั้น ไม่น่าใช่มอนสเตอร์ธรรมดาที่อยู่ในพื้นที่นี้แน่ๆ
“อืม….งั้นฉันจะไปด้วยนะ อ้อ ไทจังจะไปด้วยหรือเปล่า” ฮิเดะได้พูดขึ้น พร้อมกับจับมือของไทจิไว้
“…ก็ได้” มือเบสผมเกือบลอนพูด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยที่จะเต็มใจที่จะไปนัก ส่วนฮิเดะก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเขาตอบไปแบบส่งๆ

18:00 น.
พวกโยชิกิได้รวมตัวกันตรงทางเข้าหมู่บ้านทางทิศตะวันออก เพราะว่าประตูตรงนี้นอกจากจะเป็นทางที่ไปถึงวิหารแสงจันทร์ได้เร็วที่สุดแล้ว ทางนี้ยังสามารถปกป้องหินแสงจันทร์จากดวงอาทิตย์ได้ในกรณีที่พวกเขากลับมาถึงตอนพระอาทิตย์ขึ้น
พวกเขาได้เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว และฮิเดะได้คอมเม้นท์ชุดของแต่ละคน
“ทวิกกี้ มาริลีน มิกซ์แอนด์แมทช์ชุดได้ดีไปเลยล่ะ” ชายที่ถูกกล่าวถึงทั้งสองต่างยิ้มให้กับมือกีตาร์ร่างเล็กที่นอกจากจะกลับมาร่าเริงแล้ว เขายังชมชุดเห่ยๆของพวกเขาด้วย
เมื่อมือกลองได้เห็นดังนั้น เขาจึงได้แต่ยิ้มในความเศร้า ความเศร้าในความรู้สึกผิดที่เขาไม่รับรักจากฮิเดะ แล้วมารู้อีกทีมันช้าเกินไปแล้ว แต่ในเมื่อโอกาศมันอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ เขายังไม่สามารถจัดความรู้สึกได้เลย
“โยจัง”
“มีอะไรเหรอฮิเดะ”
“โยจัง หล่อมากๆเลยล่ะ แล้วก็….ดูมีชีวิตชีวาด้วยนะ” ฮิเดะกล่าวชมโยชิกิด้วยความหลงใหล
ชายผมสั้นไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เขาได้เห็นปฎิกริยาของฮิเดะที่มีต่อเขา เขาก็สัมผัสได้ว่า ฮิเดะยังมีใจให้เขาอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาพูดร้ายๆใส่ แต่ความรักที่มีต่อเขามันไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว
เมื่อตะวันจะลับขอบฟ้า พวกเขาก็ได้ตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าเพื่อเข้าวิหารแสงจันทร์ให้ได้

จบตอน

หมวดหมู่
Yoshiki's Private Symphony

Yoshiki’s Private Symphony 1

Wedding Bouquet
Rating:NC-17
Pairing:Yoshiki X Toshi
(ป.ล.อันนี้เป็นPlot Scriptนะ ของจริงจะเป็นนิยายภาพมังงะเฮ็นไทค่ะ)


ห้องสตูดิโอ 23:14 น.
“ทำไมล่ะ โทชิ
ทำไมเราจะคบกับโทชิไม่ได้ล่ะ!”
“เราเป็นเพื่อนกัน เราเป็นผู้ชายด้วยกัน เราทำไม่ได้”
บรรยากาศตึงเครียดในห้องก็ได้ฟุ้งไปทั่ว โยชิกิกำลังขอโทชิเป็นแฟน แต่ว่าฟร้อนแมนหนุ่มกลับปฎิเสธข้อเสนอแสนพิเศษนี้ และแล้ว มือกลองผมบลอนด์ก็ได้ตัดสินใจกระทำบางอย่าง
ในเมื่อพูดจากันก็ไม่ชอบ เขาคงต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดและเห็นผลจริงและดีที่สุด
“โยชิกิจะทำอะไรอ่ะ
!!!!!
หยุดนะ!!”
เขารวบข้อมือของโทชิ จากนั้นเขาก็เอาริบบิ้นผ้าแก้วสีน้ำเงินมาผูกมัดข้อมือไว้ แล้วมือกลองร่างสูงก็ก้มลงไปจูบกับหนุ่มร่างเล็กที่กำลังดิ้นอยู่ใต้ตัวเขา
“อ๊าห์~~อึก~~ฮา~~
โยชิกิ ไม่เอานะ”
แต่โยชิกิไม่พูดอะไรมาก เขานั้นก็ถอดแจ๊คเก็ตหนังสีดำของว่าที่คนรักของเขา เผยให้เห็นผิวที่ขาวเนียนและยอดอกของเขาก็เป็นสีชมพูหวานชวนให้ลิ้มลองมัน และเมื่อฟร้อนแมนร่างเล็กได้ถึงจุดจำกัดแล้ว โยชิกิก็ได้ใช้ริมฝีปากของเขา ซอนไซไปยังซอกคอแล้วเขาก็ทำคิสมาร์กเอาไว้เป็นเครื่องหมายที่ยืนยันว่า โทชิคนนี้เป็นของเขา
และแล้ว ริมฝิปากของมือกลองหนุ่มก็ได้มาถึงที่ยอดอก และก็ได้เริ่มดูดหัวนมข้างซ้ายและข้างขวาก็ปล่อยให้นิ้วมือจัดการ หลังจากที่เขาได้ขบมันเพื่อทำเป็นรอยแห่งความรัก ส่วนโทชินั้นก็ได้แค่ร้องครางออกมาให้หวานหูเท่านั้น
“อ๊า~~~~โยชิกิ,อือ~~~~~
รู้สึกดี…ยังไงก็…ไม่รู้”โทชิรู้สึกถึงความหรรษาในร่างกายที่ไม่เคยมีมาก่อน เขาเอามือซ้ายกดหัวของแฟนหนุ่มเพื่อให้เขาดูดดื่มรสหวานจากยอดอกอันสวยงามและเย้ายวน ใบหน้าของนักร้องหนุ่มเต็มไปด้วยนํ้าตา นี่คงเป็นครั้งแรกของเขาแน่ มือขวาของเขาก็ได้เกลี่ยผมของมือกลองคนโปรดและเขาก็โอบแขนล้อมคอของชายหนุ่มผมสลวยราวกับว่าเขากำลังป้อนความรักให้กับโยชิกิ
“อา, รู้สึกดีกับนายที่สุดเลย โทชิ
เริ่มยอมให้ฉันรุกลํ้าร่างกายที่สมบูรณ์แบบของโทชิแล้วใช่ไหม”
“อื้ม! ตอนนี้แก้มัดฉันให้หน่อย เดี๋ยวเราจะได้มีความสุขแล้ว”
ว่าแล้วโยชิกิก็แก้มัดให้หนุ่มร่างเล็กทันที
และแล้ว เวลานี้ก็ได้มาถึง เวลาที่จะพาโทชิไปหาความสุขที่แท้จริง
โยชิกิปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงออก เผยให้เห็นแท่งอันสวยงามที่กำลังหิวกระหายร่องรักเป็นอย่างมาก และเมื่อโทชิได้เห็นแกนร่างกายอันใหญ่โตของฝ่ายตรงข้าม เขาก็ได้แสดงท่าทางราวกับผู้หญิงที่หิวกระหายเซ็กส์ทันที
เขาได้เลียไปพอประมาณ จนเขาเริ่มรู้สึกได้ว่าต้องทำให้ดีกว่านี้ ฟร้อนแมนแสนสวยเลยตัดสินใจใช้ปากกลืนและดูดมันด้วยความกระหายในเซ๊กซ์อันแสนวิเศษของโยชิกิ และมือกลองก็ได้เอามือทั้งสองข้างมากดหัวของหนุ่มร่างเล็กเบาๆ เพื่อให้เขาเคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้น
“อา…นี่โทชิ นายนี่มันใช้ลิ้นเก่งจริงๆ อืม~~~~
โทชิ ระวังหน่อยนะ ฉันจะมาแล้ว!”
พูดจบ ของเหลวสีขาวขุ่นก็ไหลออกมาจากแท่งกายอันใหญ่ยาวของชายร่างสูง โทชิก็ได้กลืนมันอย่างไม่รู้จักรังเกียจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยกระหายในอารมณ์ และตอนนี้เขาก็ถอดท่อนล่างและลงไปนอนอยู่บนเสื้อคลุมของโยชิกิที่เตรียมไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
ป๊อป!
เสียงฝาเจลหล่อลื่นได้ดังขึ้น และมือกลองคนสวยก็ราดลงไปบนแกนอันแข็งแกร่งของเขาทันที
“ไม่ต้องเกร็งหรอก โทชิของฉัน มันจะเจ็บหน่อยนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก”
“ต…แต่ว่า โยชิกิ นายจะสอดมันโดยไม่ใส่ถุงเนี่ยนะ
คือว่าฉันมีโอกาสท้องกับนายได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน…”
“ฉันจัดการเอง โทชิเป็นของฉันนี่
ฉันดูแลให้นายเลยนะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก”และมือกลองก็หยิบแผงยาคุมให้โทชิดู
“โยชิกิ…รีบใส่เข้ามาเร็ว ฉันอยากรู้ว่ามันจะทำให้พวกเรามีความสุขได้ไหม”
“ได้สิ
เอาละนะ อย่าเกร็งช่องรักนะ”
มือกลองก็ได้สอดแก่นกายเข้าไปในร่องรักของนักร้องหนุ่มที่อยู่ใต้ร่าง โทชิที่รับรู้ว่าช่องบริสุทธิ์ของเขาได้ถูกเปิดโดยแท่งของว่าที่แฟนของเขา เขาก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แกนของเขามันใหญ่มากๆ แต่โยชิกิก็ค่อยๆซอยเข้าไปในร่างของนักร้องหนุ่มช้าๆเพื่อไม่ให้เขาเจ็บกับไอ้จ้อนที่สอดอยู่ในร่องรักของเขา
เล็บของโทชิจิกเข้าแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของโยชิกิเพื่อลดความเจ็บปวด เสียงครางของเขาทำให้โยชิกิกำหนัดจนได้ ช่างเป็นเสียงครางที่หวานที่สุดเท่าที่โยชิกิได้ยินมา
และเมื่อโทชิเริ่มหายเจ็บแล้ว มือกลองหนุ่มก็เริ่มสับแท่งให้เร็วขึ้นกว่าเดิมและเริ่มที่จะลงไปลึกจนโดนจุดอ่อนใหม่ที่ตัวโทชินั้นไม่รู้ว่ามันจะมี
“อ๊า~~~~ง,อื้อ~~~~,โยชิกิ ฮ้า~~~~ตรงนี้แหละ เอาให้แรงๆเลย”
และอารมณ์อันแสนหวานนั้นได้เข้ามาแทนที่สติของพวกเขา โทชิคิดถูกแล้วที่ยอมให้โยชิกิมีเซ็กซ์และเปิดซิงเขาเอง และตอนนี้พวกเขากำลังจะเข้าสู่จุดสุดยอดแล้ว
นักร้องหนุ่มก็ได้ให้ขาทั้งสองข้างล็อคบั้นท้ายให้มือกลอง เพื่อให้เขาเร่งความเร็วในการสับซอยเข้าไปในร่องได้อย่างไม่มีปัญหา แล้วโยชิกิก็เอามือมาเล่นกับหัวนมที่แทบจะทำให้โทชินั้นเริ่มเห็นดาวมากกว่าเดิม และแล้ว…
“อื้ม….โทชิ พร้อมรับนํ้ารักยัง”
“อ๊า~~~~ ใส่เข้ามาเลย!!!
อื้อ~~~~โยชิกิ, ฉันจะมาแล้ว!!”
หลังจากนั้น ของเหลวก็ได้พุ่งออกมาจากร่างของโทชิและจากนั้น โยชิกิก็ปล่อยของเหลวเข้าไปในช่องรักแบบเต็มสูบและแน่นอนว่า ใบหน้าของนักร้องหนุ่มหวานกำลังหอบหายใจเพราะเซ็กซ์ครั้งแรกนี้ทำให้เขาเสียพลังไปเยอะ และใช่ ตอนนี้เขาก็รู้สึกมีความสุขกับการที่โดนโยชิกิเปิดซิงแบบนี้ และจากนั้น มือกลองหนุ่มก็ได้ถอนแก่นของเขาออก แล้วจากนั้นนํ้ารักบางส่วนก็ได้ไหลออกจากร่องที่ถูกเปิดซิง
จากนั้น โยชิกิก็ป้อนยาคุมกับน้ำให้หนุ่มร่างเล็กเพื่อไม่ให้เขานั้นต้องกังวลใจอีก แล้วก็แต่งตัวให้โทชิใหม่จากนั้นเขาก็เเต่งตัวให้ตัวเองบ้าง
และเรื่องที่พวกเขาทั้งสองมีเซ็กซ์ในห้องสตูฯนั้น มีเพียงพวกเขาที่รู้ เพราะเรื่องแบบนี้มันบอกคนอื่นไม่ได้

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.11(NC-17)


Voiceless Scramming

บ้านของท่านผู้อาวุโส 10:24 น.
พวกโยชิกิได้นั่งลงบนโซฟาผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม พวกเขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายเพราะว่านอกจากโซฟาตัวนี้แล้ว กลิ่นหอมของดอกส้มก็ทำให้สมองของพวกเขาคลายความตึงเครียดไปมาก จากนั้นโรนัลด์ พี่ชายของไทเลอร์ก็ได้เดินเข้ามา พร้อมกับถือหนังสือเรื่อง’ตำนานมังกรและผู้พิทักษ์’และเขาก็ได้เปิดหนังสือออก และในจังหวะนั้นเอง ผู้อาวุโสและท่านหญิงอลิซก็ได้เดินเขามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี
“สวัสดีครับ ท่านมังกรและผู้พิทักษ์ทุกคน
กระผมกับอลิซตกใจมาก พอได้ยินเรื่องที่พวกท่านมาที่นี่ แสดงว่าพลังของพวกท่านตื่นแล้วสินะ”
“พลัง….ท่านผู้อาวุโส ท่านพอจะอธิบายว่ามันคืออะไรครับ”โยชิกิถามชายชราด้วยความสงสัย
“โอ้ ท่านคงไม่รู้สินะ งั้นกระผมจะเล่าเรื่องให้พวกท่านนะครับ”
ทันทีที่ผู้อาวุโสพูดจบ เขาได้เดินไปเปิดสวิตซ์ปริศนา และทันทีที่สวิตช์เปิดทั้งห้องก็กลายเป็นท้องฟ้าว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ในยุคบรรพกาลนานมาแล้ว พระเจ้าได้ทำให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งมีพลังพิเศษที่เรียกว่า มังกร พลังมังกรนั้นสามารถถูกปลุกขึ้นโดยมีเงื่อนไขดังนี้ ต้องมีจิตใจที่แข็งกล้ากว่ามนุษย์ทั่วไป,ต้องมีพันธะสัญญากับคนนั้นอย่างแน่นหนาและก็ มีความเชื่อมั่นต่ออุดมคติของทุกคน
พวกเขานั้นก็มีสองฝ่าย มังกรแห่งสวรรค์ที่ปกป้องมนุษยชาติจากอันตราย และมังกรแห่งโลกาที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ ความขัดแย้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นจากการที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ได้สูญเสียน้องสาวสุดที่รักไป โดยฝีมือของคู่หมั้นที่พ่อแม่เลือกให้ เธอคนนั้นรักน้องสาวยิ่งกว่าพี่น้องและมันทำให้เธอพาน้องสาวอีกคนหนึ่งที่รักไม่แพ้กันหนีออกจากบ้าน และชายผู้เป็นคู่หมั้นของเธอก็ตามไปฆ่าเธอ โดยสาเหตุที่เขาต้องฆ่าน้องสาวคนนั้นเพราะเธอไปรู้ความลับของเขาที่เป็นมังกรแห่งวารีเข้าเลยฆ่าเธอเพื่อเป็นการปิดปาก
สองพี่น้องก็ได้รับความช่วยเหลือจากทูตสวรรค์ และแล้วหญิงสาวผู้พี่ก็เลือกที่จะเป็นมังกรแห่งวายุ เพื่อที่จะล้างแค้นให้กับน้องสาวและแล้วพวกเธอก็ตัดสินใจที่จะสู้กับคู่หมั้นของเธอโดยมีมังกรและผู้พิทักษ์อีก3คู่ ช่วยเหลือเธอ ในนามของมังกรแห่งสวรรค์ และการต่อสู้ในสงครามทำลายล้างครั้งแรกนั้นกล่าวกันว่า พายุฝนคลั่งชนิดที่เรียกว่ามันคงจะบอกสัญญาณเตีอนเหล่ามนุษยชาติ ให้เตรียมตัวรับโทษจากการสร้างมลทิน และแล้วก็เป็นฝ่ายมังกรแห่งสวรรค์ที่ชนะแต่ว่ามันก็ได้แลกกับชีวิตของน้องสาวที่เธอรัก แต่ว่าเธอได้ทิ้งให้เด็กทารกเพศหญิงคนหนึ่งให้พี่สาวผู้ที่เธอรักมากที่สุด…”

เมื่อผู้อาวุโสเล่าบทที่สองจบ ทวิกกิ้ก็นํ้าตาไหลออกมา ชายผมสีส้มแดงก็ได้ปลอบเพื่อนรักของเขาและได้พูดว่า
“ช่างเป็นน้องสาวที่รักพี่สาวมาก รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองต้องตายแต่ต้องปกป้องเธอจนตัวตาย…”
“มาริลีน….นายพร้อมที่จะปกป้องฮิเดะไปฉันไหม?” มือกลองหนุ่มถามฟร้อนต์แมนต่างวง
“พอมานึกๆแล้ว…
ฉันอยากซัดกับไอ้พวกปัญญาอ่อนมากจริงๆ มันเกือบตอกฝาโลงให้ฉันแล้ว
ฉันเอาด้วย ฮายาชิ!”
จู่ๆผู้อาวุโสก็ได้แทรกเข้ามา“เดี๋ยวก่อนครับ คือว่าท่านมังกรแห่งวายุ ผมมีอะไรจะบอกคุณ”
“อะไรครับ…ผมจะไปหาฮิเดะ”
“ผมจะคุยเรื่องนี้กับท่าน เพราะว่ามันเกี่ยวกับผู้พิทักษ์แห่งวายุครับ”
มือกลองผมสั้นถึงกับนิ่งไป และชายชราได้พูดว่า

“สาเหตุที่มังกรแห่งวายุน่ะ จะมีผู้พิทักษ์ได้สองคน มันเป็นเพราะว่าสงครามทําลายล้างครั้งล่าสุด ซึ่งมันไปตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ทำให้มีมนุษย์ตายไปเป็นจำนวนมาก ฉันจำเรื่องราวทั้งหมดได้ไม่หมดหรอก แต่ฉันจะเล่าให้ฟัง

ปี2471นั้นเป็นปีที่นาซีเริ่มขยายอำนาจเข้ายุโรปแบบเบ็ดเสร็จ มีนักผจญภัยสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อว่า มาซาโกะ ได้เดินทางไปถึงทางตอนเหนือของอังกฤษ เธอก็ได้ช่วยเหลือพี่น้องฝาแฝดเอาไว้
ทั้งคู่เป็นหญิงสาวผู้ดีมีชาติตระกูลจากตระกูลเอ็ดเวิร์ด ที่ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีจากการเป็นขุนนางเก่าในราชวงศ์อังกฤษนั่นเอง คนพี่ชื่อเวอร์จิเนีย คนน้องชื่อมาเรีย พวกเธอก็เลยตอบแทนโดยการให้ที่พักกับอาหารให้เธอ มันคงจะเหมือนทั่วไปที่มาซาโกะจะไม่ติดใจอะไรกับสองสาว
แต่ว่า…สาวน้อยคิดผิดมหันต์ เธอออกเดินทางไปที่ไอแลนด์ทันที โดยหารู้ไม่ว่า พวกทหารที่ถูกมาซาโกะจัดการในตอนนั้น ได้ย้อนกลับมาและได้คร่าชีวิตหญิงสาวทั้งสองและครอบครัวจนถึงแก่ความตาย และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ พวกเขาได้ให้สินบนเอาไว้เพื่ออำพรางคดี
มาซาโกะที่ได้รู้ข่าว ก็เศร้าโศกและได้กลับมาที่หมู่บ้านทันทีและเธอได้สาบานว่า จะหาคนที่ฆ่าทั้งสองให้ได้และนำมาลงโทษ แต่เรื่องราวที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เพราะว่าจู่ๆสองพี่น้องก็ได้คืนชีพอีกครั้งในฐานะ’เทพธิดาแห่งแสงและความมืด’และมาซาโกะก็คือ’มังกรแห่งวายุ’และแล้ว ท่ามกลางไฟของสงครามโลกที่กำลังปะทุอย่างหนัก ทั้งสามก็ได้พรรคพวก นั่นคือมังกรแห่งปฐพีและมังกรแห่งชีวิตเข้ามาเสริมทัพให้ภารกิจของพวกเธอเป็นจริง
และในที่สุดพวกเขาก็พบกับมังกรแห่งความตาย ผู้ที่บงการเรื่องราวเหล่านี้และหลังจากที่พวกเขาจัดการกับพวกมังกรแห่งโลกาสำเร็จ และหลังจากนั้น1ปี มาเรียให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าวาเลนไทน์และเวอร์จิเนียให้กำเนิดลูกสาวชื่อว่าโมนิก้า พวกเขามีความสุขจนกระทั่งพวกเขาพบกับมังกรและผู้พิทักษ์แห่งวารี พวกเขาหมายจะสังหารทุกคนในหมู่บ้าน แต่ว่าพวกเขาก็ถูกหยุดโดยเวทย์ต้องห้ามของเวอร์จิเนีย แต่นั่นมันก็แลกด้วยชีวิตของเธอบวกกับบาดแผลที่ถูกคาตานะแทง เธอได้ตายลงต่อหน้าลูกสาวของเธอเอง และมาซาโกะก็ได้ใช้ท่า”แองเจิลลิค ลิมิตเบรก”เผด็จศึกทันที แต่ว่ายิ่งกว่าสตรอมออฟแพนโดร่าที่เสียหายอย่างหนักก็ไม่อาจแลกชีวิตของหญิงสาวผู้อ่อนโยนได้

25%

“น่าสงสารจัง
เธอควรจะได้ใช้ชีวิตกับลูกเมียแท้ๆ”ฟร้อนต์แมนผมส้มได้พูดขึ้นด้วยความสงสารหญิงสาว
“แต่มาริลีน ลองคิดดูสิ
ถ้านายเป็นฉัน แล้วจู่ๆฮิเดะโดนพวกนั้นเล่นงานขึ้นมาล่ะ”โยชิกิพูดเตือนใจให้เพื่อนชาวอเมริกันของฮิเดะ
“….
อีกใจหนึ่งมันก็นะ ถ้าพวกนั้นมันมีชีวิตอยู่ ชาวบ้านพวกนั้นคงไม่เหลือซากแล้ว”

หน้าบ้าน 10:47น.
“ท่านมังกรแห่งวายุครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เรียกโยชิกิ
“เรียกฉันว่าโยชิกิก็ได้ ว่าแต่มีอะไรเหรอ”
“คือว่าท่านเทพธิดาแห่งความมืดจะต้องไปฝึกเวทย์กับท่านแม่หมอแคทเธอรีนและท่านบาทหลวงแชดวิคครับ เขาเลยให้ผมมาบอกครับ อ้อ!
คืนนี้ ท่านเทพธิดาแห่งแสงอยากพบท่านครับ ให้ท่านไปเจอเขาที่ทะเลสาปซากุระครับ”
“อืม เข้าใจแล้ว”
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในวิหารประจำหมู่บ้าน และเขาก็เจอฮิเดะที่กำลังตื่นเต้นกับการฝืกเวทย์ครั้งแรกผิดกับความยากในการฝึกเวทย์ลมที่โหดหฤหันต์ เขาเข้าใจ ที่มือกีตาร์ของเขาทำอย่างนี้เพราะว่า เขาไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร

สวนดอกอาซาเลีย 13:00 น.
“ท่านครับ
ท่านต้องกำหนดจิตก่อน ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะหมดสติ เพราะว่าเวทย์กับจิตใจมันจะเชื่อมต่อกัน หากจิตใจไม่แน่นอน มันจะมีผลกับพลังเวทย์ เลยทำให้พละกำลังพลอยหมดไปพร้อมๆกันครับ”
“อ๋อ…
แล้วถ้าเกิดว่า ระหว่างการกำหนดจิต ผมคิดเวทย์มนต์ใหม่ๆได้ล่ะครับ?”
“โอ้ นั่นคงจะเป็นเรื่องที่ดีเลยล่ะ แต่ว่า
ในสภาวะสงครามทำลายล้างแบบนี้ คงไม่มีใครทำได้หรอก อย่างน้อยก็หลังจากเริ่มฝึกไปแล้วอาทิตย์หนึ่ง”

หลังจากการสอนภาคทฤษฎี ก็ได้เวลาฝึกการร่ายเวทย์ข้างต้น ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามือกีตาร์คนนี้ทำได้ดีขนาดไหน เขาเสกใบมีดอากาศได้ถึง10รอบติด โดยไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงเลยแม้แต่น้อย
((อืม เด็กคนนี้มันเก่งเอาเรื่องเหมือนกันแหะ ถ้าฝึกอบรมอีกนิดหน่อยก็คงไม่ต้องห่วงอะไรแล้วล่ะ))
และจู่ๆคลื่นสูญญากาศก็ได้แทนที่ใบมีดอากาศและทำให้ต้นไม้จำนวนหนึ่งหักโค่นลงมา ฮิเดะทำสีหน้าตกใจก่อนที่จะกระโดดด้วยความดีใจ
“คุณลุงครับ ผมคิดเวทย์ใหม่ได้แล้วครับ!
อืม…ชื่ออะไรดีนะ อะฮ้า! ‘เอมเพลิ กราวิตี้’แล้วกัน!”
((บางที เด็กคนนี้อาจจะเป็นกำลังสำคัญให้กับเหล่ามังกรแห่งสวรรค์ ไม่สิ เขาคือคนที่จะพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้กลับมาดีขึ้นก็เป็นได้
ถ้าเราฝึกเขาจนถึงวันนั้น และไม่ได้เป็นเทพธิดาแห่งแสงล่ะก็ เขาจะกลายเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจที่สุดในโลกนี้ก็เป็นได้ แต่แค่อย่าให้เขาเข้าสู่ด้านมืดเหมือนคนๆนั้นก็พอแล้ว))
ชายชราคิดอยู่ในใจ เขาก็ดูนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่านี่มันบ่าย3ครึ่งแล้ว แต่เธอก็ให้ยาอะไรบางอย่าง มันเป็นเป็นของเหลวสีมาเจนต้าสวยงามและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กับโน้ตสั้นๆที่เขียนว่า

เจอกันในความฝัน ฮิเดโตะ -แคทเธอรีน
ป.ล. มันคือยาความฝัน หากดื่มไปแล้วผู้ที่ดื่มมันนอนหลับ จะสามารถเข้าโลกความฝันได้

บ้านพัก 21:00น.
ฮิเดะนั่งบนเก้าอี้โยก เขาครุ่นคิดอยู่ว่าทำไมคุณย่าคนนี้ถึงให้ยาความฝัน แทนที่จะฝึกตรงๆแบบท่านบาทหลวง แต่จะมาครุ่นคิดตอนนี้ก็จะไม่ได้ความ เดี๋ยวก็ได้โดนบ่นจนหูชาอีก
มือกีต้าร์หนุ่มจึงยกซดยาความฝันจนเหลือครึ่งขวด และก็ได้หลับไป


โลกแห่งความฝัน
มือกีต้าร์หนุ่มร่างเล็กปรากฏในทุ่งหญ้าสีเขียวขจี กลิ่นของดอกไม้ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณและที่สำคัญ เขากลับมาไว้ผมสีทองอีกครั้ง และใส่ชุดพ่อมดในเพลง’Cerebation’แต่ต่างตรงที่ เขาไม่ได้ถือคฑาแล้ว และหญิงวัย30ต้นๆก็ได้ปรากฏต่อหน้าเขา
“เทพธิดาแห่งความมืด มัตสึโมโต้ ฮิเดโตะ เจ้าพร้อมสำหรับการฝึกฝนอันยากลำบากหรือไม่”
ฮิเดะหายใจออกและได้ตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“ผมพร้อมแล้ว…”
“ดี…ฉันจะไม่เกรงใจกับคนที่มีพลังเวทย์สูงอย่างนายนะ
เตรียมรับมือได้ ฮิเดโตะ”
(50%)

ทะเลสาบซากุระ 20:00 น.
มือกลองหนุ่มได้เดินไปที่ต้นซากุระ ซึ่งซากุระที่ทะเลสาบแห่งนี้จะไม่มีวันเหยี่ยวเฉา ราวกับว่าเวลามันได้หยุดให้ต้นซากุระต้นนี้ไม่มีวันสลายไปตามกาลเวลา ส่วนตัวทะเลสาบนั้นก็เต็มไปด้วยกลีบดอกซากุระที่ร่วงลงมา และคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง คงจะการสนทนาที่เต็มไปด้วยความโรเมนติกแน่ๆ แต่มันไม่ใช่กับโยชิกิและไทจินี่สิ
ไทจิอยู่ในชุดกระโปรงสีม่วงพาสเทลลายจุดสีขาว กำลังรอมือกลองหนุ่มด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยและแววตาแฝงไปด้วยอารมณ์
เขายืนนิ่งสักครู่ ก่อนที่จะเอนหลังพิงต้นซากุระแล้วก็ลงไปนั่งทันที
“นายคงรู้แล้วสินะ ว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมันเป็นเพราะอะไร
แต่ว่า โยจจัง
นายยังจำตอนนั้นได้ไหม ที่นายปวดหลังผิดปกติแล้วฉันก็มาดูแลนาย…. แล้ว…แล้วนายก็-“
มือกลองหนุ่มนึกสักครู่ก่อนที่เขาจะทำสีหน้าตกใจ
((หรือว่า!!!
วันนั้น…วันที่อาการหอบกำเริบขึ้นมานี่! ฉัน..ฉันเผลอพรากบางอย่างจากเขาไป!!!))

วันที่ 13 กรกฎาคม 2533
“*แค่กๆ*” ท่ามกลางเสียงไอที่เต็มไปด้วยความทรมานของโยชิกินั้น มือเบสผมสีทองได้ปรุงยาอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นของเหลวที่มีสีสันราวกับโอปอลและมีกลิ่นของมินต์และดอกคาโมไมน์ลอยฟุ้งไปทั่ว
ไทจิหยิบถ้วยแก้วสลักเป็นรูปดอกไม้แล้วตักยาตัวนั้นใส่ลงไปในถ้วย และก็หยิบขวดน้ำเปล่ามาด้วย จากนั้นเขาก็เดินเขาไปหาชายผมยาวที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่ทันที
มือกลองหนุ่มยกซดยาก่อนที่จะดื่มน้ำตาม เขาถอนหายใจและลงไปนอนตามเดิม ไทจิดูนาฬิกาบนโต๊ะ ปรากฏว่านี่มันเที่ยงคืนกว่าๆแล้ว จะกลับตอนนี้ก็ไม่ได้ซะด้วย เขาเลยไปที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งทันที
จากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำและใส่ชุดนอนตามปกติ และเขาก็สวดอ้อนวอนพระเจ้าก่อนที่จะนอนหลับเพื่อวันที่แจ่มใสกว่าเดิม

โยชิกิกำลังลุกขึ้นมาเปิดม่านเพื่อดูเป็นวิวทิวทัศน์ในเวลาเล่นเปียโน เขานั่งลงแล้วก็ได้เล่นเพลงEndless Rain จนกระทั่ง เขาสบตากับดวงจันทร์เต็มดวงในคืนนี้ที่สวยงามผิดปกติ และแล้วหนุ่มตุ๊กตาฝรั่งเศสนั้นก็รู้สึกถึงสติสัมปชัญญะที่ถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่กำลังโหยหาความรัก และสายตาของเขาก็ได้จับจ้องที่มือเบสในชุดนอนลูกไม้สีดำม่วงซึ่งได้แต่ถามไถ่เขาด้วยความเป็นห่วง
“โยจจัง…เงียบทำไมล่ะ
ฉันไม่เล่นด้วยนะ….”
“ไทจิ….”
“อ้า! โยจจัง นายจะทำอะไรน่ะ อ้าก!”
มือกลองร่างสูงกดไทจิลงไปเก้าอี้เปียโน แล้วเอาสายเข็มขัดมามัดมือทั้งสองข้างของมือเบสลูกเสี้ยวไว้ และเขาก็กระชากเสื้อของไทจิจนช่วงคอเสื้อถึงใต้อกขาด เผยให้เห็นยอดนูนบนหน้าอกของเขา มือกลองได้จู่โจมเข้าไปที่ซอกคออันเนียนนุ่มและดูดเป็นรอยจํ้าสามจุด และได้ไล้ลงที่หน้าอกแล้วก็ได้นิ้วมือจับเข้าที่จุดอ่อนของเขา มือเบสพยายามห้ามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าร่างกายมันไม่ตอบรับกับสิ่งที่คิดไว้
“ไม่เอานะ….ฮ้า~~~~~ไม่เอาตรงนั้นนะ
อ๊า~~~~~อือ~~~~”
มืออันซุกซนนั้นก็ได้รุกล้ำเข้าสู่ส่วนต้องห้ามแล้ว ความปั่นป่วนในท้องน้อยของไทจิจึงเริ่มต้นขึ้น เขาร้องครางออกมาจนโยชิกิผิวปากด้วยความชอบ และแล้ว โยชิกิก็ได้ถอดกางเกงขาเดฟและกางเกงในลูกไม้สีม่วงไลเลคของมือเบสผมทองออก แล้วรูดซิปกางเกงของตนออก เผยให้เห็นแก่นกายของเขา ไทจิพูดในใจว่า
((ไม่ได้การล่ะ เขาจะทำแบบนี้กับเราแล้ว ไม่นะ!!))
“เอาล่ะ ไทจิ… วันนี้นายคงจะสวยงามกว่าครั้งไหนๆมาแน่ๆ
มาเถอะ ฉันจะทำให้นายได้พบกับสวรรค์ที่แท้จริงเอง”
“ไม่! ไม่!!! อ๊า!!!”
ทันทีที่แก่นนั้นเข้าไปในช่องหวงห้าม ไทจิกรีดร้องทันทีและเขาก็ข่วนขาเก้าอี้เปียโนเพื่อไม่ให้มือของเขาเจ็บ มือกลองหนุ่มกระแทกร่างของเขาอย่างรุนแรง โดยที่คนด้านใต้นั่นได้แต่ร้องไห้ออกมาและพยายามสลัดตัวออก แต่ว่าเรี่ยวแรงของเขามันหมดแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เกมรักได้มาถึงช่วงใกล้ไคลแมกซ์ ไทจิรู้สึกเหมือนสติค่อยๆหายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเร่าร้อนในร่างกาย เขาไม่ต้องการมันเลยซักนิด แต่ว่าโยชิกินั้นไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องอีกแล้ว เขากระแทกอย่างรุนแรงอีกครั้งและคราวนี้เขารู้สึกถึงของเหลวสีขาวขุ่นที่ไหลออกมาจากแก่นกาย
“….”
“ฉันจะมาแล้วนะ มือเบสคนเก่งของฉัน”
และของเหลวนั้นก็ได้สาดใส่ภายในร่างของมือเบสร่างบางอย่างเต็มที่ และไทจิก็หมดสติไปพร้อมๆกับสติของโยชิกิที่กลับมา
“เจ็บตรงนั้นจัง เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย..
!!!!
ไทจิ! ไทจิ เข้มแข็งเอาไว้นะ เกิดอะไรขึ้นกับนายเนี่ย อ๊า!
ไม่…. นี่ฉัน…พรากความบริสุทธิ์จากไทจิไปอย่างงั้นเหรอ…..”
โยชิกิพยายามปลุกร่างบางที่หมดสติไป แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
“ไม่..เป็นไปไม่ได้!!!
ไทจิ!!!”


“นายพรากความบริสุทธิ์ฉัน!!
นาย…นายมัน…ไอ้คนทรยศ” จากนั้นไทจิก็ได้วิ่งออกไปที่วิหารทันที
โยชิกิยืนนิ่งสักครู่ จากนั้นเขาก็ซัดหมัดเข้าใส่ต้นไม้และพูดว่า
“ทำไมล่ะ…ทำไม…
อุตส่าห์ลืมตอนนั้นได้แล้วแท้ๆ ทำไมล่ะ ไทจิ ฉันผิดตรงไหน
เจ้านั่นทีสิงฉันมันเป็นคนทำ!
ไทจิ ฮิเดะ ฉันขอโทษ ที่ปัดความรับผิดชอบให้กับพวกนาย…”
จบตอน

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain Character 4

แนะนำตัวละครใหม่

(ฝ่ายมังกรแห่งโลกา)

มังกรแห่งปฐพี

เก็ต(Gackt)

ฟรอนต์แมนจอมวางแผนจากวง Malice Mizer เขานั้นเป็นคนที่ฉลาดเอามากๆ ถึงขั้นที่ว่า ขนาดโดน50ต่อ1ยังไม่สะทกสะท้าน เป็นเพอร์เฟคชั่นนิส ที่รับความพ่ายแพ้ไม่ได้

อาวุธ:ลิตเติ้ล ไอริส(Little Iris)

มานา(Mana)

มือเปียโนแห่งMalice Mizer ชื่นชอบการแต่งตัวแบบโลลิต้ากับอัลเทอร์เนทีฟ ในเวลาปกติ เขาจะดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือ แต่จริงๆแล้วเพื่อพวกมังกรแห่งโลกาและMalice Mizer เขาจะสามารถทำได้ทุกอย่าง แม้ว่าจะต้องฆ่าคนบริสุทธิ์ก็ตาม

อาวุธ:ควีนนี่ เลิฟซีน(Queenie Love sence)

มังกรแห่งความตาย

สุกิฮาระ ยาสุฮิโระ(สุกิโซ)(Sugihara ‘Sugizo’ Yasuhiro)

มือกีต้าร์เชื้อสายเยอรมันแห่งวงLuna Sea เขานั้นเป็นคนใจดี แต่ทว่า ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย เขานั้นเป็นพวกกินอาหารชนิดที่เรียกว่าล้างผลาญกันเลยทีเดียว เขานั้นหลงรักฮิเดะเป็นอย่างมาก

อาวุธ:ฮาเดส เฟลม(Hades Flame)

โอโนเซะ จุน(เจ)(Onose ‘J’ Jun)

มือเบสแห่งLuna Sea เพื่อนรักของสุกิโซ เขานั้นรู้มาโดยตลอดว่าสุกิโซรักฮิเดะเป็นอย่างมากจนแทบจะกลายเป็นคลั่งไคล้เลย แต่เขาก็ยังคงรักสุกิโซอยู่ดี

อาวุธ:ฟอร์จูน พริส(Fortune Prist)

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.10


Desaparate Angel

ในโลกแห่งความฝัน
ฮิเดะได้คุยกับมาเรียอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาชวนคุยกันจนกระทั่ง
“นายนี่มันจริงๆเลย
ได้รับพลังเวทย์มาแป๊ปเดียวก็ใช้ซะแล้ว แล้วร่างกายของนายตอนนั้นก็อ่อนแรงด้วย
ไม่แปลกที่จะสลบไปน่ะ”
“ขอโทษนะ มาเรีย แต่ว่า
มันจำเป็นจริงๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรก็ตายน่ะสิ!”
“งั้นเหรอ… ว่าแต่ว่านายมีใครที่ต้องช่วยเหลือไหม”
“จ๊ะ พวกของโยชิกิจ๊ะ
เราเป็นห่วงเขามาก แต่ว่าไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง
มาเรีย….เรา..ขอให้ตามพวกเขามาหาเราหน่อย”
มาเรียทำหน้าสักครู่ก่อนที่เธอจะตอบว่า
“สบายมาก เดี๋ยวตามพวกเขามาให้”
“จริงเหรอ!”ฮิเดะพูดด้วยความดีใจ”ขอบใจนะ”
“เอาล่ะ ได้เวลาภารกิจของนายแล้วฮิเดโตะ โชคดีนะ อ้อ!
ฝากหลานชายของพี่สาวฝาแฝดของฉันด้วยนะ!!”

16 ธันวาคม 07:10.น ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง
มือกีต้าร์ร่างเล็กก็ตื่นขึ้น แต่เขากลับรู้สึกว่า ร่างกายของเขานั้นหายดีและกลับมามีพลังแบบไม่น่าเชื่อ เขานั้นอยู่ในชุดนอนสีดำ-ชมพู และแผลที่โดนพุ่มไม้บาดหน้าก็หายสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็ได้มีเด็กชายคนหนึ่งได้เปิดประตูห้องนอน
“โอ้ พ่อครับ แม่ครับ
เขาฟื้นแล้ว!! เขาฟื้นแล้ว!!”เด็กชายร้องด้วยความดีใจ
จากนั้นพ่อแม่ของเด็กคนนั้นก็มาหาเขาที่ห้อง พร้อมขนมปังกับไส้กรอกหมูและนํ้าส้ม
“เชิญครับท่านเทพธิดาแห่งความมืด”ชายคนนั้นก็วางอาหารเช้าไว้บนโต๊ะ
“ขอบคุณครับ”
“ถ้าท่านไม่อิ่มล่ะก็ไปเติมได้เลยนะ”
“ครับ”
ขณะที่ฮิเดะกินขนมปังนั้น เขาก็นึกบางอย่างได้ มาเรียพูดว่าเธอมีพี่สาวฝาแฝด และเธอคนนั้นมีหลานชายด้วย
แต่ความคิดก็ชะงักไป เพราะนักบวชหญิงได้มาหาเขา
“ถ้าท่านกินเสร็จแล้ว ไปที่วิหารด้วยนะคะ
ท่านเทพธิดาแห่งแสงกำลังรอพบท่านอยู่ค่ะ”
“จ๊ะ เข้าใจแล้ว”

หลังจากนั้น ที่วิหารประจำหมู่บ้าน
มือกีต้าร์ผมประบ่าเดินเข้าไปในห้องโถงอันหรูหราโออ่า ผนังสีเขียวมรกตที่มีสีทองอร่ามแทรกเป็นรูปดอกไม้ พื้นนั้นถูกปูด้วยกระเบื้องสีเขียวใบไม้มีทองคำสีโอลโรส และมีรูปปั้นเทพธิดาสองตน คนหนึ่งมีสีดำและอีกคนก็มีสีขาว มือของทั้งคู่ถือคริสตัล ข้างบนประดับด้วยแชนเดอเลียร์เพชรส่องแสงระยิบระยับ
เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องนัดพบแล้ว นักบวชหญิงก็ให้เขานั่งบนเก้าอี้สไตล์โรโคโค่ และก็ได้บอกเขาว่า
“เดี๋ยวท่านเทพธิดาแห่งแสงจะมาแล้วค่ะ
พวกเราจะเตรียมน้ำชากับขนมหวานนะคะ”และเหล่านักบวชก็เดินไปที่ครัว
จากนั้น เทพธิดาแห่งแสงก็เดินเข้ามาที่ห้องทันที
เสี้ยววินาทีที่มือกีตาร์ร่างเล็กเห็นเทพธิดาแห่งแสง เขาถึงกับน้ำตาไหล
ชายคนนั้น อดีตมือเบสวงX Japanที่หลังลาออกจากวงแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้ว่าอยู่ที่ไหนเลย
เขาผู้มีผมสีบลอนด์ มีรอยสักทั้งแขนซ้ายและแขนขวา
“ไทจัง!!!”
“ม…ไม่จริงน่า ฮิเดะจัง!!”
ไทจิและฮิเดะสวมกอดกัน พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าจะเจอกันอีกครั้ง
“นายทำได้ยังไงน่ะ!?”
“เราไม่รู้จ๊ะ….ไทจัง เรากลัว..”
“ไม่เป็นไรนะ ฮิเดะจัง มีเราอยู่ด้วยทั้งคน จะกลัวอะไรได้อีกล่ะ!”
“พวกโยจังจะเป็นตายร้ายดีอยังไงก็ไม่รู้”
“!!!”ไทจิทำหน้าซีดทันที เมื่อเขาได้ยินชื่อของโยชิกิ
“เป็นอะไรไปน่ะ
!!!”
มือเบสผมบลอนด์จับมือของมือกีตาร์ร่างเล็กไว้แน่น
“ฮิเดะจังทำสัญญาการเป็นผู้พิทักษ์แห่งวายุแล้วใช่ไหม แล้วนาย
พอจะรู้ไหมว่าใครเป็นมังกรแห่งวายุน่ะ”
“ไม่จ๊ะ”ฮิเดะทำหน้าสงสัย
การกระทำของเขาเมื่อสักครู่ของไทจิมันคืออะไรกันแน่ ทำไมเขาถึงเปลี่ยนประเด็นไปล่ะ
“ท่าทางจะยังไม่รู้เรื่องมังกรและผู้ทักษ์เลยสินะ
นี่! พวกนายตรงนั้นน่ะ ช่วยตามท่านผู้อาวุโสหน่อย เขายังไม่รู้เรื่องของตำนานมังกรและผู้พิทักษ์เลย
แต่ถ้าเขาไม่ว่าง เรียกท่านหญิงอลิซมาได้ไหม”มือเบสผมลอนกำชับให้นักบวชชายสามคนไปตามหาผู้รู้เรี่องตำนาน’มังกรและผู้พิทักษ์’ให้มาที่นี่
ไม่กี่อึดใจต่อมา พวกเขาก็พาไทเลอร์ หลานชายของท่านหญิงอลิซมา เพราะวันนี้ทั้งคู่ไม่อยู่บ้านเลยให้เขาดูแลในส่วนนี้ด้วย
ไทเลอร์อายุราวๆ15-16 เขามีผมสีดำยาวฟูแบบนักดนตรียุคแฮร์แบนด์ สวมเสื้อเชิ้ตสีม่วง กางเกงยีนส์สีดำและรองเท้าส้นเตี้ยสีดำ
“ขอโทษที่รบกวนนะ ฉันชื่อไทเลอร์ ฮอนดะ
คือว่าคุณตากับคุณยายออกไปดูความผิดปกติบางอย่างครับ ส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ไปในเมืองครับ ผมกับโรนัลด์เลยอยู่ที่นี่ครับ”ไทเลอร์ได้กล่าวแนะนำตัวให้พวกเขา
จากนั้น เขาก็หยิบหนังสือเก่าๆขึ้นมา มันหนังสือที่มีปกเป็นรูปวาดช่อดอกไม้ที่สวยงาม และเมื่อเด็กหนุ่มได้เปิดมัน เขาก็เริ่มเล่าสิ่งที่อยู่ในหนังสือ

“เรื่ิองราวของมังกรและผู้พิทักษ์นั้น มันมีมาตั้งแต่บรรพกาลแล้ว พวกเขานั้นมีด้วยกันสองฝ่าย
คือมังกรแห่งสวรรค์และมังกรแห่งโลกา
โดยมังกรแห่งสวรรค์นั้นจะปกป้องมนุษย์จากวันสิ้นโลก ส่วนมังกรแห่งโลกานั้นจะทำลายล้างมนุษย์
มังกรนั้นจะมีผู้พิทักษ์ หากชีวิตของผู้พิทักษ์ดับสลาย ชีวิตของมังกรก็จะดับสลายได้ง่ายดายขึ้น
พลังมังกรและผู้พิทักษ์นั้นมีด้วยกัน2รูปแบบ กายภาพและเวทย์มนต์ และ7ธาตุ ประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ชีวิต ความตายและแสง

แต่ว่าเรื่องราวในสงครามทำลายล้างครั้งล่าสุดน่ะ มีแต่คุณตากับคุณยายที่รู้ครับ”
“งั้นเหรอจ๊ะ ขอบใจนะ ไทเลอร์”
“ผมเป็นแค่นักปราชญ์ฝึกหัดครับ ไม่ต้องชมผมมากก็ได้ครับ
งั้นถ้าพวกผู้ใหญ่กลับมาแล้ว เดี๋ยวผมจะเรียกให้ไปพบพวกเขานะครับ”จากนั้นเด็กหนุ่มผมยาวก็เดินกลับไปที่บ้านทันที
“เอาล่ะฮิเดะจัง ไปเปลี่ยนชุดได้แล้ว
พวกแฟรี่พึ่งมาบอกฉันว่า จะมีคนมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ เร็วเข้า!
อ้อ! ไปร้านตัดชุดของคุณมาริโกะ บางทีเธออาจจะมีชุดที่เข้ากับนายก็ได้นะ”
“แต่ว่า เอิ่ม…ก็ได้จ๊ะ!”
มือกีต้าร์หน้าหวานก็รีบไปที่ร้านตัดชุดของมาริโกะทันที และเมื่อหญิงสาวเจ้าของร้านเห็นฮิเดะแล้ว เธอก็ตัดชุดให้เขาทันที

อีกด้าน
โยชิกิ… ฮายาชิ โยชิกิ…จงขับรถไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแห่งนั้นจากนั้นก็ขับเข้าไปในป่าหาทางลาดชันที่อยู่ตรงกันข้ามกับจุดที่มังกรแห่งความตายปะทะกับผู้พิทักษ์แห่งวายุ จากนั้นก็ขับรถตามรอยเท้าที่ดูใหม่สุด และจะมีคนมารับ
มือกลองหนุ่มสะดุ้งตื่น เสียงนั้น มันเป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังแล้วเป็นมิตรมาก ดูเหมือนว่ามันคงจะบอกตำแหน่งที่ๆฮิเดะอยู่ซะด้วย และเมื่อทวิกกิ้ขับรถ มือกีตาร์ผมดำก็ขับรถไป โดยมีมือกลองหนุ่มคอยบอกเส้นทางให้ ส่วนฟรอนต์แมนผมสีส้มแดงก็คอยดูหลังด้วย เพื่อมีใครสะกดรอยตามมา
จู่ๆก็มีสิ่งมีชีวิตที่ดูเป็นมิตรกลุ่มหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายผู้หญิงสวยๆที่ถุกย่อส่วนและมีปีกผีเสื้อสวยงาม บินนำทางพวกเขาไปที่หมู่บ้านที่พวกมันอยู่

ร้านตัดเสื้อของมาริโกะ 11:25น.
ฮิเดะออกมาจากห้องลองเสื้อด้วยสีหน้าที่เบิกบาน ตอนนี้เขาสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวที่แต่งด้วยลูกไม้สีเดียวกับชุดและโบว์สีชมพูจัดจ้าน ทับด้วยแจ๊กเก็ตวอร์มสีดำ-เหลือง ถุงมือสีขาว ถุงเท้าสีชมพูพาสเทลและรองเท้าแมรี่เจนสีขาวแต่งด้วยโบว์สีชมพู เขาก็ไม่รีรอที่จะถักเปียคู่และมัดด้วยริบบิ้นสีชมพูที่เข้ากับผมของเขา
มือกีต้าร์ผมเปียก็ยกชายกระโปรงและหมุนตัวรอบหนึ่งแล้วยิ้มแย้มให้ช่างตัดชุดสาวแล้วพูดว่า
“ทาด๊า! เป็นยังไงบ้างครับ”


“โอ้!! ช่างงดงามมาก ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็นงานชิ้นโบว์แดงแบบนี้!”
หลังจากที่เขาออกมาจากร้านแล้ว ไทจิก็เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เขาสวมเสื้อเกาะอกสีขาวผูกโบว์ทับด้วยแจ๊กเก็ตยีนส์ที่แต่งข้างหลังด้วยโบว์สีขาวและชายระบายสีขาว-เขียว ถุงมือสีดำ กางเกงยีนส์ รองเท้าคัทชูสีฟ้าคราม และหมวกคาวบอยสีดำคาดด้วยแถบผ้าลูกไม้สีเขียวเข้ม ผมของเขานั้นก็ปล่อยสยายไปตามลมและด้านขวามีเปียเล็กๆติดด้วยโบว์สีม่วง
“ท่านเทพธิดาครับ!! แขกของเรามาแล้วรีบมาเร็วๆครับ”
ทั้งคู่รีบวิ่งไปที่ลานนํ้าพุทันทีและพวกเขาก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น
ชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่บนรถออฟโรด ทำสีหน้าที่งุนงงเป็นอย่างมาก
“ยินดีต้อนรับครับ ท่านมังกรกับผู้พิทักษ์แห่งอัคคี และก็ท่านมังกรแห่งวายุครับ
เทพธิดาแห่งแสงและความมืดกำลังรอท่านอยู่นะครับ”
โยชิกิทำหน้างงก่อนที่จะโค้งคำนับและเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น มือกลองหนุ่มก็พบกับฮิเดะทันที
“ฮ..ฮิเดะ!”ทั้งสามประสานเสียงกันเมื่อได้พบมือกีตาร์
“โยจัง!!! ในที่สุดพวกเรากลับมาแล้ว
มาริลีนจัง ทวิกกี้จัง เรามาแล้วนะ!”
“นึกว่าจะเสียท่าให้กับเจ้าพวกนั่นแล้ว เจ้าแมงมุมน้อย แต่ว่า
พ่อผมสวยคนนั้นเป็นใครน่ะ”
เมื่อโยชิกิหันหน้าไปทางมือเบสหมวกคาวบอย เขากลับเบือนหน้าหนี
“หรือว่า…นี่นาย ไทจิ!!”
จบตอน

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.9

Miscast

เก็ตโยนบูมเมอแรงเล่น พลางนึกสงสัยว่าทำไมพวกโยชิกิไม่รู้เรื่องมังกรและผู้พิทักษ์แท้ๆแต่กลับมีฮิเดะที่ตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้วอยู่ แล้วสุกิโซมัวทำอะไรอยู่ ทำไมเขาถึงพลังแห่งสายลมที่ค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นแต่ว่า เขาอยู่ห่างจากที่โกดังไปมากโขอยู่
เก็ตรีบวิ่งไปหาพวกเขาทันทีแต่ว่าสิ่งที่พบคือ พวกเจนั้นหายไปไหนไม่รู้แล้วและพลังแห่งสายลมและไฟก็เริ่มประทุขึ้น

ในโลกแห่งความฝัน
จงลืมตาซะ มังกรแห่งวายุ ฮายาชิ โยชิกิ,มังกรแห่งอัคคี ไบรอัน วอร์เนอร์ และผู้พิทักษ์แห่งอัคคี เจเรอดิ ไวท์
พวกเจ้าถูกเลือกโดยชะตาของมังกรแห่งสวรรค์
ผู้คอยปกป้องมนุษย์ชาติเอาไว้ตั้งแต่สมัยบรรพกาลมาแล้ว

พวกโยชิกิฟื้นขึ้นมาในที่ๆไม่รู้จัก บรรยากาศโดยรอบนั้นรายล้อมไปด้วยท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ และได้มีหญิงสาวในชุดเจ้าสาวแบบญี่ปุ่น และเธอก็ได้จับมือของโยชิกิไว้
“มือกลองผู้น่าสงสาร ดิฉันเห็นความพยายามในการปกป้องชายผู้เป็นที่รักแต่ต้องพลัดพรากจากกัน
เธอยังไม่มีพลังมากพอที่จะต่อกรกับมังกรแห่งโลกา”
“คุณ..รู้ได้ยังไง”มือกลองหนุ่มถามด้วยความสงสัย
“ฉันมองดูพวกเจ้าตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่เจ้าได้กำไลวงนั้นแล้ว”
โยชิกิตกตะลึง พลางมองกำไลเงินที่งดงามเรือนนี้
“พวกเจ้ามีอาวุธอยู่นะ มันเป็นของมังกรคนก่อนๆ แต่บัดนี้มันกลายเป็นของพวกเจ้าแล้วล่ะ
ดิฉันจะบอกวิธีเรียกมันให้ ข้อแรก
เจ้าจงตั้งสติให้มั่นคง จากนั้นก็ระลึกถึงสิ่งที่ปรารถนาที่สุด
จากนั้นก็ตะโกนออกมา”

โกดังร้าง
พวกโยชิกินั้น เมื่อมีคนบอกวิธีในการหลบหนีที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ มีหรือที่จะไม่ลอง
เมื่อพวกเขาได้สติขึ้น ก็ทำตามที่หญิงสาวปริศนาคนนั้นบอก โยชิกินึกอยากจะปกป้องฮิเดะก็พยายามตั้งสติให้มั่นคง
และนึกถึงฮิเดะและแล้ว
พวกมานาได้ปรากฏตัวขึ้น แต่ไม่ทันเสียแล้ว
ลำแสงนั้นก็เปล่งประกายขึ้นและมันก็กลายเป็นหอกเงินที่ตรงกลางด้ามเป็นสีเขียวมรกต ตัวหอกตกแต่งด้วยอัญมณีและปีกจำลอง
ส่วนของมาริลีนนั้นมันได้เป็นดาบใหญ่ที่ตรงกลางมีการไล่ระดับสีจนเหมือนเพลิงไฟที่กำลังแผดเผาความชั่วร้าย ส่วนของทวิกกิ้เป็นปืนคู่ที่ตัวปืนประดับด้วยทับทิมสีแดงสดใส พร้อมที่จะปะทะกับความมืดได้ทุกเมื่อ
“โอ้…น่าสนุกอีกแล้วสิ”เรเวนพูดติดตลก
แต่ตอนนี้ พวกเขานั้นพร้อมที่จะปะทะกันแล้ว การต่อสู้ครั้งแรกของโยชิกิได้เริ่มขึ้นแล้ว
อีกด้าน
สุกิโซได้ยินกระแสโทรจิตจากเรเวน เขาตกใจมากแต่ว่านั่นมันไม่ใช่ปัญหาของเขา เพราะว่าเขายังตามหาร่างของชายร่างเล็กไม่เจอเลย

ในโลกแห่งความฝัน
((อืก โอ๊ย…
!!!
ที่นี่ที่ไหน โยจัง มาริลีนจัง ทวิกกิ้จัง!!))
{{เรียกไปก็ไม่ได้อะไรหรอกนะ แถมจะมีแต่บั่นทอนพลังเวทย์อีก
คุณฮิเดโตะ คงจะแย่อยู่สิท่า }}เสียงของหญิงสาวปริศนาได้ดังขึ้น
ฮิเดะรู้สึกถึงความเป็นมิตรในตัวผู้หญิงคนนี้ เขาเลยขอร้องเธอว่า
((ช่วยด้วย แฟนของเราถูกลักพาตัวไป และเราถูกเพื่อนรุ่นน้องที่ผมสนิทด้วยตามมาขืนใจด้วย))
((งั้นเหรอ
ถ้าแบบนี้จะเอาไหมล่ะ พลังของฉันทั้งหมด
ตอนแรกว่าให้ยืมแต่ว่า ถ้าเป็นแบบนี้ฉันจะยกพลังของฉันให้นายไปเลยนะ))
((ทำไมล่ะ แล้วเธอจะเป็นอะไรหรือเปล่า))
((มันไม่จำเป็นสำหรับฉันอีกต่อไปแล้วล่ะ มาสิเดี๋ยวจะทำพิธีสืบทอดพลังให้))
เมื่อนั้นหญิงสาวก็ถอยห่างจากมือกีตาร์ไป3เมตร และเมื่อเธอได้ร่ายมนต์อะไรสักอย่าง ลำแสงสีเขียวอ่อนก็เปล่งประกายขึ้นมาล้อมรอบมือกีตาร์หนุ่มหวาน
มังกรแห่งวายุรุ่นบรรพกาลเอ๋ย จงรับฟังเสียงผู้ของชายผู้ที่จะสืบทอดพลังของผู้พิทักษ์แห่งวายุ
ผู้มีนามแห่งเทพธิดาแห่งความมืดเอ๋ย จงกล่าวความต้องการของเจ้ามาซะ
((ข้าพเจ้า มัตสึโมโต้ ฮิเดโตะ กำลังประสบปัญหาร้ายแรงเพราะคนที่ผมรักถูกลักพาตัวไป และ
ข้าพเจ้ากำลังถูกปองร้าย
หากมีอะไรที่จะช่วยเขาได้ โปรดมอบพลังให้ฉันด้วย ))
การทำสัญญาสมบูรณ์ ดิฉัน มาเรีย เอ็ดเวิร์ด จะมอบพลังของตนทั้งหมด ให้กับ
มัตสึโมโต้ ฮิเดโตะ ในฐานะเทพธิดาแห่งความมืดและผู้พิทักษ์แห่งวายุ
ขอให้โชคดีนะ ฮิเดโตะ!

ฮิเดะฟื้นขึ้น เขารู้สึกถึงพลังเวทย์ที่เต็มเปี่ยม และเมื่อสุกิโซได้เดินเข้ามา เขาก็ตั้งจิตให้มั่น เขาจะไม่กลัวมันอีกต่อไปแล้ว
จงตั้งใจและเปล่งเสียงออกมาให้สุดกำลัง!!
และก็…
“วินด์คัตเตอร์!!!”

ฮิเดะร่ายเวทย์อย่างสุดเสียง
และมันก็ได้ผล ใบมีดอากาศลอยออกมาเป็นจำนวนมากพุ่งเป้าไปที่มือกีตาร์ร่างสูง เมื่อสุกิโซหันไปเห็นเขาก็ใช้ขวานกวาดมันแต่ก็มีบางส่วนมาโดนตัวเขาจนมีเลือดออกมา
“ได้…เล่นแบบนี้เลยใช่ไหม
วิติเชิล สแปลช!!!”สุกิโซตวัดขวานเป็นเส้นตรงและมันก็สร้างลำแสงทำลายล้าง
และมันก็มุ่งไปที่ริมหน้าผาที่ๆฮิเดะเกาะอยู่ และแล้วมันก็ทำให้ฮิเดะร่วงลงไปข้างล่าง แต่ก็มีพุ่มไม้รับตัวเขาไว้
มือกีต้าร์หนุ่มเดินโซเซไปอย่างรวดเร็ว พยายามไม่ให้อดีตเพื่อนรุ่นน้องเจอตัวเขาและแล้ว เขาก็หมดสติอีกครั้ง

อีกด้านหนึ่ง
หลังจากฝ่าวงล้อมของพวกมานา โยชิกิก็เจอรถออฟโรดเข้าและก็สตาร์ทรถแล้วเร่งเครื่องเพื่อตามหาฮิเดะ
((ฮิเดะ…อดทนเอาไว้นะ!))

ใต้วิหารในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
มีเด็กชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังคุยกันเรื่องมื้อเย็นอยู่ แล้วจู่ๆแคปซูลคริสตัลสีเขียวมรกตก็ได้เปล่งแสงขึ้น พวกเขารีบไปหานักบวชของหมู่บ้านทันที
“เด็กๆ ทำไมทำหน้าตาตื่นตกใจด้วย”หลวงพ่อได้กล่าวขึ้น
“แคปซูลนั่นมันเปล่งแสงแล้วค่ะ”
“ใช่ครับ/ค่ะ รีบเข้าไปดูเร็วครับ/ค่ะ”
พวกเขาก็ได้วิ่งเข้าไปในห้องใต้วิหารทันที
“แคปซูลนั่น!!
โอ้….”
จู่ๆนักบวชชราก็ได้ก้มลงต่อหน้าร่างของชายผมลอนเล็กน้อยสีบลอนด์ ร่างอันเปลือยเปล่าก็ถูกห่อหุ้มด้วยกิโมโนสีม่วงอ่อนและผ้าคลุมไหล่สีขาวแต่งลูกไม้สีเดียวกัน
“ท่าน…ท่านได้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลแล้วสินะครับ
ท่านเทพธิดาแห่งแสง ผู้พิทักษ์แห่งวายุ
ท่านซาวาดะ ไทจิ”

จบตอน

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.8

Stab me in the back

“อืก! ที่นี่ที่ไหนเนี่ย แล้วทำไมพวกเรา
มาริลีน ทวิกกิ้ แล้วฮิเดะล่ะ!”
ทันทีที่มือกลองหนุ่มได้สติ เขาก็รีบปลูกชายผมสีส้มแดงทันที แต่ชายในชุดผ้าคลุมสีดำก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และได้กล่าวกับเขาไว้ว่า
“ไม่รู้สินะ
ผมชื่อเรเวน เป็นผู้พิทักษ์แห่งวารี ส่วนนี้คือมังกรแห่งวารี โทชิ มังกรแห่งปฐพี มานา ผู้พิทักษ์แห่งปฐพี เก็ต และผู้พิทักษ์แห่งความตาย เจ”
“นาย..”โยชิกิพูดขึ้น นํ้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ”ฮิเดะหายไปไหน แล้วทำไมโทชิถึงได้มาอยู่กับคนซาดิสม์แบบพวกนายล่ะ!!”
“นายทำอะไรเจ้าแมงมุมน้อย!! อย่าบอกนะว่าแก แกจะฆ่าเขาอย่างงั้นเหรอ”มาริลีนตะโกนออกมา เขาโมโหมากที่เรเวนได้แยกมือกีต้าร์ร่างเล็กไป

อีกด้าน
รถยนต์ของสุกิโซได้หยุดอยู่ที่ป่าละเมาะที่ลับสายตาคน มือกีตาร์ร่างสูงได้ถอดแจ๊กเก็ตหนังและปลดเข็มขัดออก หมายจะทำบางอย่างกับชายร่างเล็กที่อยู่เบาะหลัง
((หากคนที่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้พิทักษ์แห่งวายุไม่ใช่มังกรแห่งวายุ พันธะจะถูกทำลายและถือโอกาสนี้จัดการเขาซะ!!))
แต่ไม่ทันได้ทำอะไร มือกีตาร์หน้าหวานก็เปิดประตูรถแล้วก็วิ่งหนีเอาตัวรอดทันที โดยเขาหวังว่าจะไปตามหาโยชิกิให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้
“ผมน่ะ อิจฉาคนอย่างคุณโยชิกิที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพี่
แต่ว่า หมอนั่นมันโง่ ที่ไม่ยอมมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพี่ วันนี้ผมจะลงโทษพี่
ที่ไปหลงรักคนขึ้ขลาดแบบเขา”
“ห..หยุดนะ สุกิจัง นายกำลังโดนล้างสมองอยู่นะ!!
*ฮืก*ขอร้องล่ะ…ปล่อยเราไป”
ฮิเดะวิ่งไปที่สะพานและได้ลัดเข้าไปในป่าที่อยู่ติดกัน ระหว่างทางนั้นก็ไม่ผู้คนสัญจรไปมาเลย แต่เขาก็ได้วิ่งจนถึงต้นไม้ใหญ่ และก็ได้ปีนขึ้นไปบนนั้นเพื่อหลบซ่อนไม่ให้มักเน่ปีศาจเห็นตัวเขา และก็ได้ฉีกชายกระโปรงวางไว้ที่ต้นไม้ต้นอื่นๆ เพื่อหลอกสุกิโซ
“ผมรู้นะว่าพี่อยู่บนนั้น อย่าซ่อนหาสิ มันจะไม่สนุกเอานะ หรือว่า…”
ทันทีที่มือกีต้าร์ร่างสูงเสกขวานสีม่วงเข้มออกมา ฮิเดะก็รู้สึกถึงความเย็นที่เข้ามาอย่างฉับพลัน ไอเย็นนั้นก็ทำให้ใบไม้นั้นค่อยๆร่วงลงอย่างช้าๆ และมือกีตาร์ร่างเล็กก็พยายามปีนไปถึงมุมอับสายตา
((โยจังช่วยด้วย!))
“โอ้!”สุกิโซแสยะยิ้มด้วยความท้าทาย”พี่กล้าทำอย่างนี้เลยใช่ไหม ได้”
เมื่อชายร่างสูงเอาขวานผ่าอากาศ ต้นไม้น้อยใหญ่ก็ได้ล้มลงไปกับพื้นดินและชายร่างเล็กก็ร่วงลงมาตกลงใกล้ๆกับริมหน้าผา เขากำลังจะหมดสติในอีกไม่ช้านี้ ในใจก็ภาวนาให้พวกโยชิกิมาช่วยเขาให้เร็วที่สุด
“โย..จัง…ช่วย..ฉัน..ด้วย..อืก..!?”และฮิเดะก็หมดสติไป

อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่ทั้งสามถูกรุมซ้อม เรเวนก็ไม่รีรอที่จะอธิบายเรื่องราวของพวกเขาทันที
“พวกเราก็คือ”มังกร”ที่สูงส่ง ลํ้าค่าที่พระเจ้าได้สร้างขึ้น แต่ว่า
ไอ้พวกมนุษย์สามานย์ตํ่าช้ากลับทรยศพระเจ้า โดยการทำสิ่งโสโครกอย่างสงครามหรือมลทิน
พวกเราจะทำให้โลกกลับไปเป็นเหมือนสมัยอดัมและอีฟ และพวกแกจะต้องตาย…”
กริ่ง!!
เสียงโทรศัพท์ได้ดังขึ้น มานาก็ได้รับสายและเป็นสุกิโซที่โทรมา
“ไงสุกิโซ เป็นไงบ้าง”
((ให้ตายเถอะ พี่เขาหนีไปจนได้ แต่ก็ไม่ไกลมากหรอกมานาจัง))
โยชิกิเริ่มกังวล มาริลีนและทวิกกี้คอยคุมสติให้โยชิกิสงบ
((ฮิเดะ กลับมาให้ได้นะ…))

จบตอน

หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.7

Kurenai

มาลิรินได้ขับรถไปที่สุสานประจำเมือง ระหว่างทางก็ได้แวะซื้อดอกเยอบีร่าสีชมพูและดอกเดซี่ไปด้วย และเมื่อพวกเขาเดินมาถึงสุสาน สิ่งแรกที่เห็นคือ หลุมศพที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้สีชมพู รูปของฮิเดะ ตุ๊กตาในชุดต่างๆของเขา เบียร์ ปิ๊กกีตาร์ และกลอนที่พูดถึงเขา มันช่างน่าแปลกที่หลุมนี้เป็นหลุมศพที่สดใสราวกับว่าเหตุการณ์นั้นมันพึ่งเกิดไปแค่วันเดียว
พวกเขาทั้งสามได้วางดอกไม้ไว้ที่หน้าหลุมศพ และโยชิกิก็โอบไหล่ของฮิเดะไว้
“จะให้ฉันอ่านกลอนที่คุณ..”
“ไม่จ๊ะ
ฉันน่ะ ได้ยินหมดเลย สิ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่บอกกับฉันตอนหลังจากที่ฉันตายแล้ว…”
มือกีต้าร์ผมสีชมพูเริ่มร้องไห้
“ก่อนหน้าที่จะเจอโยจังน่ะ*ฮืก* ฉันเหงามากๆ ฉันน่ะ…ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนไม่มีจุดจบเลย*ฮืก*”
“แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ฮิเดะ มีพวกเราอยู่กันตั้งสามคน นายไม่ต้องเหงาแล้วอีกอย่าง…ฉันขอโทษ ที่ปล่อยให้นายต้องเจอเรื่องแบบนี้”
เมื่อมือกลองหนุ่มพูดจบ ฮิเดะก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากของชายผู้ที่เขา”ต้องการ”ที่จะรักมากที่สุด โยชิกิสวมกอดร่างของเขาและจูบชายร่างเล็กอย่างดูดดื่ม
ทั้งคู่ต้องการให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ เวลาแห่งความสุขของทั้งคู่
พวกเขาอยากซื้อเวลานี้ให้นานที่สุด เท่าที่เป็นไปได้

ร้านดอกไม้
มาริลีนและทวิกกี้นั้นกำลังนั่งรอโยชิกิและฮิเดะอยู่ แต่ขณะที่พวกเขากำลังดื่มชานมอยู่ จู่ๆก็มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งได้เดินมาหาพวกเขา
“พวกแกเป็นใครน่ะ!”มาริลินถามชายคนนั้นขึ้น
ชายคนนั้นก็ถอนสายบัวและได้ตอบชายผมสีส้มกลับว่า
“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมชื่อเรเวน เป็นผู้พิทักษ์แห่งวารี ส่วนนี้คือมังกรแห่งวารี โทชิและก็ผู้พิทักษ์แห่งปฐพี เก็ต”
เมื่อชายร่างใหญ่ทั้งสองได้ยินชื่อของโทชิ สีหน้าของพวกเขาถึงกับซีดเผือดทันที
ชายที่เคยเป็นเพื่อนกับฮายาชิ โยชิกิ
บัดนี้เขาได้ทิ้งเพื่อนคนนี้แล้ว
เพื่อเข้าร่วมกับพวกคนประหลาดนั้น

อีกด้านหนึ่ง
“คุณคงเป็นฮายาชิ โยชิกิสินะ”มานาได้พูดขึ้น
โยชิกิรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เป็นมิตรในตัวของชายหนุ่มในชุดโลลิต้าคนนี้ เขานั้นมีออร่าที่ดูชั่วร้ายโอบล้อมบรรยากาศโดยรอบ
“ฮิเดะ รีบไปหาพวกแมนสันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉันมีบางอย่างต้องคุยกับเจ้าหมอนี่ เดี๋ยวฉันกลับมา”โยชิกิกำชับให้ชายผมสีชมพูวิ่งไปหาพวกของมาริลีนให้เร็วที่สุด
ฮิเดก็ได้วิ่งไปที่ร้านดอกไม้ทันที แต่ทว่า
ชายผมบลอนด์เสกบางอย่างกลางอากาศ มันเป็นเหมือนแท่งสีทองอะไรสักอย่าง จากนั้นลำแสงเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นสายแส้
เมื่อมานาตวัดแส้ ร่างของโยชิกิก็ได้ลอยขึ้น เขารู้สึกถึงแรงรัดของเชือกที่รัดอย่างแน่นหนาและเมื่อมือเปียโนผมบ็อบตวัดแส้อีกครั้ง ร่างของมือกลองหนุ่มก็กระเด็นออกไป
ฮิเดะวิ่งไปเรื่อยๆหมายจะไปหาพวกเพื่อนคนอื่นๆ แต่ว่าเขากลับสะดุดตากับชายร่างสูงคนหนึ่ง เขานั้นย้อมผมเหมือนเขาเป๊ะและใบหน้าของเขาแสดงความตกใจขึ้น
“สุกิจัง!
มาได้ไงเนี่ย แล้วทำไมผมนาย..”
“พี่ฮิเดะ นี่พี่ฮิเดะจริงๆเหรอ”
“จ๊ะ…
!!!
ส..สุกิจัง ปล่อยเรานะ!! เราจะหาพวกมาริลีนจังนะ ปล่อย!!!”
“เจ มานา โยชิกิไม่ได้สติแล้วใช่มั้ย”
จู่ๆ มานาก็เดินมาพร้อมกับร่างที่ไร้สติของโยชิกิ และเจ เพื่อนร่วมวงของสุกิโซ
“ย..โยจัง พวกนายทำอะไรลงไปน่ะ!”
“ภารกิจสำเร็จแล้วนะ ยาสุฮิโร”
“ขอบใจนะ จุน”
และเรเวนก็ได้เดินมาโดย จากนั้นโทชิถือคาตานะสองเล่มเดินเข้ามาหาฮิเดะ และเก็ตที่เดินตามมาทีหลัง รอยยิ้มของเขานั้นมันแฝงไปด้วยความน่ากลัว
“พวกนายทำอะไรพวกเขาน่ะ!”ฮิเดะตกใจ เขาแทบจะร้องไห้
มือกีต้าร์ร่างเล็กมองเห็นร่างชายชาวอเมริกันสองคนที่หมดสติไป และเขาก็ถูกไปที่รถของสุกิโซ ในขณะที่คนอื่นนั้นไปที่ลิมูซิน

ฮิเดะทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากร้องไห้และสวดภาวนาให้ปาฎิหารย์ทำให้เขากับพวกโยชิกิปลอดภัย
จบตอนที่7


หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.6


Tears
ฮิเดะมองไปที่กลีบดอกซากุระที่โปรยไปกับสายลม เขาปล่อยตัวให้สบายและมองมันด้วยความตื่นเต้น แต่ชั่วพริบตานั้น มือกีต้าร์ผมสีชมพูก็เห็นอะไรบางอย่างอยู่ที่หลังของเขา
ปีกสีดำได้ปรากฏอยู่ที่หลังของเขา และมันได้สยายปีกอันแสนงดงามของมัน ทันใดนั้น เขาก็ลอยขึ้นและขนนกสีดำได้ร่วงโรยไปปะปนกับกลีบดอกซากุระ
07:20น.
ฮิเดะตื่นขึ้นหลังจากที่หลับไปตั้งแต่คืนนั้น เขาบิดตัวไปมาแล้วก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง พลางนึกถึงฝันเมื่อสักครู่นี้ มันคืออะไรกันแน่.
เขาเดินไปที่ห้องอาหารเพื่อไปหามาริลินและเขาก็พบฟรอนต์แมนผมสีแดงเพลิงกับมือกีตาร์ผมดำขลับอยู่ตอนนี้พวกเขาก็ได้กินแซนวิชกับชาหอมๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพวกเขาก็ให้แฮชบราวน์กับโกโก้กับมือกีตาร์ผมสีชมพูแสบตา
“ฮิเดโตะ..”มาริลีนถามขึ้น ด้วยความสงสัย.
“มีอะไรจ๊ะ มาริลีนจัง”
“ฉัน…สงสัยเรื่องของนายว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“อ๋อ!โยจังคงบอกนายแล้วสิ..”
“ไม่ ฉันหมายถึง..
วันที่2 พฤษภาคม น่ะ”
ความเงียบงันก็ได้เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งตัว ฮิเดะทำตาโตก่อนที่จะหันหน้ากลับไป
“ข..ขอโทษ
ฉันรู้… นายฟื้นขึ้นมาจากโลงโง่ๆมาเมื่อคืนแถมมาอยู่ที่แอลเอโดยไม่รู้ตัวอีก เฮ้อ…”
“ทวิกกี้จัง นายมองกระจกนั้นทำไมล่ะจ๊ะ”
“เอ่อ…คือฉันน่ะ เห็นอะไรบางอย่างน่ะ!
มันดูขยะแขยงกว่าไอ้พวกคลั่งศาสนาอีก”
ทั้งสามก็มองเห็นภาพนั้น มันเป็นภาพคนกลุ่มหนึ่งได้ต่อสู้กับคนอื่นกลุ่มหนึ่ง หญิงสาวคนหนึ่งก็ได้พยายามร่ายเวทย์ แต่ชายคนหนึ่งได้ถือคาตานะหมายจะฟันเธอ ทว่าหญิงสาวอีกคนหนึ่งก็ได้มารับไว้และใช้เวทย์บล็อกการโจมตีอย่างสวยงาม แต่แล้วชายที่ถือหนังสือได้หยิบคาตานะมาแทงหญิงสาวคนนั้นซํ้าๆ
มือกีต้าร์ผมสีชมพูลงไปกองกับพื้นและกรีดร้อง มาริลีนและทวิกกี้หน้าซีดเผือด มันคืออะไรกันแน่ นี่มันความฝันเหรอ หรือยังไงกันแน่!
“ฮิเดะ, เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ คุณแมนสัน คุณรามิเรซทำไมทำหน้าซีดขนาดนั้นล่ะ”โยชิกิวิ่งลงมาดูคนทั้งสาม
“เอิ่ม..แค่แมลงสาบบินผ่านน่ะ โยชิกิ”
“อ๋อ… แล้วขนมปังปิ้งกับกาแฟล่ะ”
“อยู่ที่ครัวน่ะ”
“ขอบใจ”

โตเกียว 7:50น.
“มานา โทรศัพท์เข้าน่ะ!!!
มานา ตื่นโว้ย, ตื่นๆๆ!!”
ร่างของชายผมสั้นสีทองได้หลับอยู่บนเตียงผ้าซาตินสีแดง แต่ว่าเวลาฝันดีก็หมดลงเพราะเก็ตคามุย เพื่อนรักของเขานั้นได้ปลุกเขา
“ปลุกทำผีอะไร เก็ต ฉันกำลังจะได้เห็นฉากมันส์ๆแล้ว!”
“หรือจะให้เอาภาพตอนนอนไปเผยแพร่ล่ะ”
มานานิ่งทันที และก็ได้ถามเพื่อนของเขาทันที
“มีอะไรเหรอเก็ต ถึงได้ปลุกฉันเนี่ย”
“ก็..มีคนมาขอให้ฉันกับนายมาน่ะสิ”
“โอเค”
จากนั้น 8:25 น.
ชายหนุ่มผมบ็อบสีบลอนด์ แต่งเมคอัพสีขาว-นํ้าเงิน ชุดโลลิต้าสีนํ้าเงิน ส่วนชายหนุ่มผมยาวสีดำ แต่งหน้าสไตล์โกธิค สวมชุดแฟนตาซี ทั้งคู่สวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สเดินไปที่ไหนสักแห่งที่ชายคนที่ติดต่อขอพบพวกเขา”เป็นการด่วน”
เมื่อพวกเขามาถึงที่สถานีวิทยุร้าง ชายคนนั้นก็ปรากฏตัวและนั่นคือ เรเวนนั่นเอง

เขายิ้มและได้ผายมือให้โทชิเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา จากนั้นการสนทนาก็ได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางฝนที่ตกผิดฤดู

“ผมชื่อเรเวนครับเป็นผู้พิทักษ์ ส่นคนๆนี้ชื่อโทชิ เป็นมังกรแห่งวารี พวกคุณชื่อมานากับเก็ต คามุยใช่ไหม”

“ครับ”

“ผมต้องการความช่วยเหลือจากพวกคุณ

ในการปราบพวกของฮายาชิ โยชิกิ ไม่สิ พวกมังกรแห่งวายุ

พวกนั้นต้องการจะยึดครองโลก ตามที่ลูกแก้วของต้นตระกูลผมได้บอกเอาไว้ครับ”

สนามบินที่โยโกสุกะ 19:00น.

หลังจากที่ทั้งสี่ได้ลงจากเครื่องบิน พวกเขาก็ได้ไปที่โรงแรมก่อน มาริลีนกับทวิกกี้อยู่ห้องที่เห็นวิวได้ทั้งเมือง ส่วนโยชิกิและฮิเดะอยู่ห้องที่อยู่ติดกัน

ตอนนี้พวกเขาได้รวมตัวอยู่ที่ห้องของโยชิกิ เพื่อวางแผนไปที่หลุมศพของฮิเดะและเดินทางไปตามหาใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้และการรับมือกับพวกของโทชิที่จะมาโจมตีได้ทุกเมื่อที่พวกเขาประมาท

แต่ทว่านกตัวหนึ่งได้บินออกไป และมันได้วาร์ปไปหาเรเวน

“เป็นแผนที่ฉลาดดีนี่นา แต่ไม่มีการป้องกันแผนรั่วเลย เอาล่ะ นี่คงจะกลายเป็นงานง่ายแล้วล่ะ

ทุกคนครับ พรุ่งนี้ไปหลุมศพของฮิเดะที่โยโกสุกะกัน

ไปทำให้พวกนั้นตกใจเล่นๆกันเถอะ”

จบตอน

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น