หมวดหมู่
Rose of Pain the series

Rose of Pain EP.12


“นี่มันก็ผ่านไปสองวันแล้วนะ อีนังนั่นมันทำชุดใหม่ให้พวกเราเสร็จยังล่ะ” มาริลีนพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหัวร้อน โดยที่เพื่อนมือกีตาร์ผมดำคอยห้ามปรามเขาอยู่
“มาริลีน ใจเย็นๆ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่มีจิตวิญญาณของอาร์ตติสสูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ให้เวลาเขาเถอะ
แต่ว่า ฮายาชิ นายจะเรียกหอกของนายใช่ไหม…”ทวิกกี้ถามโยชิกิด้วยความสงสัย
แสงสีเขียวได้สาดส่องรอบๆห้อง และมันก็กลายเป็นหอกเงินที่ตอนนี้ มันมีสภาพที่มีรอยแตกร้าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าของคนก่อนได้ใช้ท่าไม้ตายสุดยอดจนอาวุธร้าวบวกกับตอนนั้นที่พวกเขาฝ่าวงล้อมพวกมานาด้วย เลยมีสภาพอย่างที่เห็น
“…..
มันคงจะดูแย่มากเลย ฮายาชิ พอเขาตัดชุดเสร็จแล้วเราก็จะไปที่ร้านอาวุธเลย”
“ทุกท่านครับ เอิ่ม..คือว่า..
คุณมาริโกะตัดชุดเสร็จแล้วครับ”
“เย้ ในที่สุดก็ได้ชุดจากนังคนติสต์แตกแล้ว!!!”
“เอ่อ มาริลีน… เดิมอาการไว้ก่อนนะ…”

ร้านตัดชุดของมาริโกะ 10:34น.
“อีกคอลเลกชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับท่านมังกรแห่งสวรรค์ ว้าย!!!
อุตส่าห์ยอมนอนน้อยเพื่องานสุดเลิศเลออลังการงานสร้างจากท่านมาริโกะผู้นี้!!
ทาด๊า!!!”
“เงียบไปเลย นังคนติ้งต๊อง!!”
มาริลีนได้ออกมาจากห้องลองชุดเป็นคนแรก เขาสวมบอดี้สูทสีดำทับด้วยเสื้อกั๊กยาวติดกระดุมสีแดงสดใส และแจ๊กเก็ตสีแดงเข้ม ผูกด้วยไทด์สีขาวมีทับทิมเป็นวอกเกิ้ล ถุงมือและถุงเท้ายาวสีดำ รองเท้าคัทชูสีแดงสดและต่างหูสามเหลี่ยมสีแดง
ต่อมา โยชิกิก็ได้ออกมาเป็นคนต่อไป เขาสวมเสื้อเชิ้ตคอวีสีขาวแต่งด้วยระบาย แถบผ้าสีเขียว และลูกไม้ ติดเข็มกลัดมรกตเอาไว้ กางเกงหนังสีดำ รองเท้าบูทหนังสีน้ำตาลแต่งปีกสีขาวและสายเชือกสีเขียว ถุงมือสีดำและสร้อยไข่มุกยาว
ทวิกกิ้ออกมาเป็นคนสุดท้าย เจาสวมบอดิ้สูทสีกรมท่าทับด้วยเสื้อเชิ้ตสไตล์กิ๊บสันเกิร์ล โบว์ไขว่สีดำแต่งกระดุมทับทิม เสื้อกั๊กลายสก๊อตสีแดง ถุงมือสีดำ ถุงน่องสีดำรองเท้าสลิปออนสีขาว-แดง-กรมท่า เขารวบผมเป็นทรงหางลาและมัดมันด้วยผ้ามัดผมสีแดงและที่คาดผมสีแดง
((ชุดอะไรกันเนี่ย นอกจากเรื่องนังติสต์แตกเป็นคนออกแบบชุดพวกนี้แล้ว พวกเราก็รู้สึกได้ว่าไม่ร้อนและก็ไม่หนาวเลย และมันคงออกแบบมาให้ทนทานกับการต่อสู้ที่จะเกิดในภายภาคหน้าแน่…))

จากนั้นทั้ง3ก็ไปที่ร้านอาวุธทันที จากนั้นชายเจ้าของร้านก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และเขาก็ได้พูดว่า
“สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่างคนนี้ช่วยไหมครับ”
“เอิ่ม..คือว่า…..
จะให้คุณซ่อมเจ้านี่ให้หน่อยครับ”
มือกลองตั้งสมาธิ จากนั้นแสงสีเขียวได้ส่องประกายกลายเป็นหอกที่ตอนนี้มันมีสภาพที่ดูไม่จืดเลย ตัวด้ามจับมีรอยขีดข่วนจากดาบและของมีคมรวมถึงเวทย์หนักๆจนมันมีรอยเซาะเกือบครึ่ง ตัวเหล็กของหอกก็มีรอยร้าวขนาดใหญ่จำนวนมากพร้อมที่จะหักได้ทุกเมื่อ
เขาก็ได้บอกว่า
“คือว่านะครับ คุณฮายาชิ
ปกติแล้วเจ้าหอกตัวนี้มันจะสามารถฟื้นฟูสภาพด้วยตัวเองได้ แต่ว่า….”
“แต่ว่าอะไรครับ!?”
“มันซ่อมตัวเองไม่ไหวแล้ว ถึงจะไหวแต่มันต้องใช้เวลาอีก5ปี ในการซ่อมแซมตัวเอง
หรือไม่ก็….อืม…”
“รีบตอบมาสิ ตาแก่ เราจะซ่อมมันยังไงดีล่ะ
เราต้องแข่งกับเวลานะช่าง พวกมังกรแห่งปฐพีอะไรนั่นจะทำอะไรชั่วๆกับเจ้าแมงมุมน้อยนะ
พวกเราอยู่เฉยไม่ได้เเล้วนะ!!”
“ช่างครับ ขอร้องเถอะนะ….”
นายช่างเงียบไปสักครู่ ก่อนที่จะเดินไปหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ลายมือมันช่างอ่านง่ายแต่ยังดูสวยงามในสายตาคนที่ได้อ่านมัน
‘หากเจ้าต้องการซ่อมแซมอาวุธของเหล่ามังกรและผู้พิทักษ์ที่เสียหายร้ายแรง แต่ไม่มีเวลารอมันซ่อมแซมด้วยตัวเอง เจ้าจะต้องหาของต่อไปนี้ เพื่อเอามันมาซ่อมอาวุธที่เสียหายเหล่านี้.
1.ผงประกายดาว
2.แร่พิเศษ
3.อัญมณีแสงจันทร์”
“แต่ว่ามันมีปัญหาอยู่นะท่านทั้งสาม” นายช่างได้กล่าวไว้
“สองอันแรกกระผมมีมันอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ขอรบกวนไปเอาอัญมณีแสงจันทร์แทนกระผมได้ไหมครับ” นายช่างได้รีเควสชายทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า
“อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะลุง…ยึ้ย!”มาริลินไม่ทันได้พูด เขาก็เห็นรอยแผลที่ดูแล้วไม่เจริญตามากๆ
“แผลนั่น….คุณโดนอะไรมา
เพราะเท่าที่ดูลักษณะแผลแล้ว เหมือนคุณโดยอะไรกัดแล้วก็เผาไหม้ไปด้วยเลย”ทวิกกี้ถามนายช่างวัยกลางคน แผลที่ดูน่ากลัวนี้มันคืออะไรกันแน่ มันไม่เคยมีอยู่ในหนังสือแพทย์ที่ไหนเลย
“เฟลมไทฟูนไง”
“เฟลมไทฟูน…มันคือ…”
“สัตว์ประหลาดที่อยู่ในวิหารแสงจันทร์ มันชอบที่จะทำร้ายผู้คนที่จะเข้าใกล้รังหรือที่กบดานของมัน
แต่ปกติแล้ว มันควรจะอยู่ที่ภูเขาไฟนี่นา แย่ล่ะ เป็นเพราะไอ้เหตุอาเพศนั่นแน่ๆเลย”
คำพูดของนายช่าง ทำให้โยชิกิเริ่มสงสัยทันทีและก็นึกอะไรบางอย่างได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่ฝนตกในช่วงธันวาคม ฮิเดะที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาในฐานะ’เทพธิดาแห่งความมืด’ โทชิที่อยู่ๆก็มาทำร้ายเขาและอีกมากมาย
หรือว่า….
ไอ้คำพยากรณ์นั่นที่แม่หมอคนนั้นพูด มันอาจจะเป็นเรื่องจริง
แต่เขาคงไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อยหรอก
“วิหารแสงจันทร์อยู่ไหนครับ” เขาได้ถามนายช่างต่อ
“มันอยู่ที่ป่าที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไป 3.5กิโลเมตรทางตะวันตก แนะนำให้ไปยามสนธยา เพราะว่าเป็นเวลาที่อัญมณีมันเริ่มทำงานและต้องเอามาก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นเต็มที่ เพราะจะทำให้อัญมณีมีรอยร้าว ตอนนี้ก็สี่โมงเย็นแล้ว พวกท่านก็เริ่มเตรียมตัวเถอะ กระผมจะพักผ่อนหน่อย โอ้ย …..”
“เข้าใจแล้วล่ะ งั้น ฮายาชิ รามิเรซ ไปหาอัญมณีกัน
เฮ้ย! ชวนฮิเดะไปด้วยสิ แล้วก็พ่อผมบลอนด์สกปรกคนนั้นด้วย”
ฟรอนต์แมนผมสีแดงได้พูดขึ้น เขาตั้งใจมากที่จะไปเอาอัญมณีแสงจันทร์ พร้อมๆกับขอยืมอาวุธจากนายช่างด้วย
มันเป็นหอกที่ถึงจะมีพลังไม่เท่ากับหอกอันนั้น แต่มันทรงพลังสุดๆ มากพอที่จะล้มมังกรตัวใหญ่ๆได้
ขณะเดียวกัน ที่โบสถ์ ห้องนอนของแขก
ฮิเดะยิ้มกริ่ม การฝึกเวทย์ของเขาได้ผลดีเกินคาด คุณยายคนนี้สอนเหมือนคุณยายของเขาเลย ไม่นานก็ได้มาสี่คาถาแล้ว มีแต่เวทย์โจมตีทั้งนั้นเลย แต่เขาก็ไม่สน เขาสนแต่จะช่วยคนรักของเขาเอง
ถึงแม้ว่ามันจะทำอะไรได้ไม่มาก แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ลงมือทำแน่ๆ
แต่บางที เขาก็รู้สึกว่าช่วงนี้ เวลาที่เขานึกถึงโยชิกิทีไร ร่างกายของเขามันจะรู้สึกร้อนแปลกๆ แต่เขาไม่ค่อยที่จะกังวลมากนัก เพราะมันไม่เกี่ยวกันกับการฝึกเลย และไม่ส่งผลกระทบต่อเขาด้วย แต่ที่น่ากังวลคือเรื่องระหว่างไทจิและโยชิกิ ที่ตัวมือกีตาร์ผมสีชมพูนั้นไม่เข้าใจนักว่าทำไม พอตัวมือกลองร่างสูงพยายามเดินเข้าไปหา ตัวไทจิกลับมีท่าทีหวาดกลัวและอยู่ใกล้ตัวฮิเดะตลอด นอกจากตอนที่จะเข้านอนแล้ว
ก๊อกๆ
“ฮิเดะ นี่ไทจิพูดนะ”
“มีอะไรเหรอ ไทจัง หน้าตาดูไม่ร่าเริงเลยนะ” ฮิเดะถามเพื่อนหนุ่มของเขา หลังจากเห็นสีหน้าที่ดูไม่สบายใจ
((แปลกแหะเวลาเขาไม่สบายใจ เขาจะบอกกับเรานี่ แต่ว่า…มันทะแม่งๆดีนะ ที่เขายังดูไม่ร่าเริงเลย
หรือมีอะไรเกี่ยวกับโยจังกันแน่นะ เพราะเขาก็มีท่าทีที่ระแวงเขาอยู่))
เขาเดินเข้าหาอดีตเพื่อนร่วมวงด้วยความเป็นห่วง ใจจริงไทจิอาจจะรู้สึกผิดที่ทำร้ายจิตใจทุกคน โดยเฉพาะโยชิกิที่ดูเหมือนว่าเขายังคง50/50อยู่แล้วตัวไทจิยังรู้สึกกังวลสุดๆ
แต่ว่า
“มัตสึโมโต้!!!!!!!!”
มือกีต้าร์ผมดำวิ่งเขามาหาเพื่อนชาวญี่ปุ่นของเขาและแน่นอนอยู่แล้วว่า จะต้องเป็นเรื่องที่ทำให้เขาได้ใช้เวทย์มนต์แน่ๆ
“เย็นนี้ไปที่วิหารแสงจันทร์กันเถอะ”
“เอ๋?!
จะไปทำอะไรล่ะ ทวิกกี้ เวทย์มนต์ของเรายังไม่มากพอที่จะไปลงพื้นที่จริงนะ นายแน่ใจแล้วเหรอ?”
“ไปหาอัญมณีแสงจันทร์ ลุงช่างอาวุธเขาต้องการเอามันไปซ่อมอาวุธของพวกเราสามคนน่ะ ฉันกลัวว่าแค่สามคนก็ไม่น่าไหว เพราะฉันเองก็เห็นแผลคุณช่างอาวุธแล้ว มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย” ทวิกกี้อธิบายให้เพื่อนมือกีตาร์ของเขาฟัง ดูเหมือนว่าพวกเขามาขอความช่วยเหลือจากฮิเดะ เพราะมอนสเตอร์ที่ลุงช่างอาวุธเจอนั้น ไม่น่าใช่มอนสเตอร์ธรรมดาที่อยู่ในพื้นที่นี้แน่ๆ
“อืม….งั้นฉันจะไปด้วยนะ อ้อ ไทจังจะไปด้วยหรือเปล่า” ฮิเดะได้พูดขึ้น พร้อมกับจับมือของไทจิไว้
“…ก็ได้” มือเบสผมเกือบลอนพูด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ค่อยที่จะเต็มใจที่จะไปนัก ส่วนฮิเดะก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเขาตอบไปแบบส่งๆ

18:00 น.
พวกโยชิกิได้รวมตัวกันตรงทางเข้าหมู่บ้านทางทิศตะวันออก เพราะว่าประตูตรงนี้นอกจากจะเป็นทางที่ไปถึงวิหารแสงจันทร์ได้เร็วที่สุดแล้ว ทางนี้ยังสามารถปกป้องหินแสงจันทร์จากดวงอาทิตย์ได้ในกรณีที่พวกเขากลับมาถึงตอนพระอาทิตย์ขึ้น
พวกเขาได้เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว และฮิเดะได้คอมเม้นท์ชุดของแต่ละคน
“ทวิกกี้ มาริลีน มิกซ์แอนด์แมทช์ชุดได้ดีไปเลยล่ะ” ชายที่ถูกกล่าวถึงทั้งสองต่างยิ้มให้กับมือกีตาร์ร่างเล็กที่นอกจากจะกลับมาร่าเริงแล้ว เขายังชมชุดเห่ยๆของพวกเขาด้วย
เมื่อมือกลองได้เห็นดังนั้น เขาจึงได้แต่ยิ้มในความเศร้า ความเศร้าในความรู้สึกผิดที่เขาไม่รับรักจากฮิเดะ แล้วมารู้อีกทีมันช้าเกินไปแล้ว แต่ในเมื่อโอกาศมันอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ เขายังไม่สามารถจัดความรู้สึกได้เลย
“โยจัง”
“มีอะไรเหรอฮิเดะ”
“โยจัง หล่อมากๆเลยล่ะ แล้วก็….ดูมีชีวิตชีวาด้วยนะ” ฮิเดะกล่าวชมโยชิกิด้วยความหลงใหล
ชายผมสั้นไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เขาได้เห็นปฎิกริยาของฮิเดะที่มีต่อเขา เขาก็สัมผัสได้ว่า ฮิเดะยังมีใจให้เขาอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาพูดร้ายๆใส่ แต่ความรักที่มีต่อเขามันไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียว
เมื่อตะวันจะลับขอบฟ้า พวกเขาก็ได้ตัดสินใจเดินเข้าไปในป่าเพื่อเข้าวิหารแสงจันทร์ให้ได้

จบตอน

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น