ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม แต่ว่าคนทั้งห้ากลับไม่ได้เอ็นจอยไปกับมันเลย เพราะถึงแม้ว่าจะมีเวลาทั้งคืน แต่ว่าพวกเขานั้นต้องแข่งกับเวลาด้วย เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายจนต้องเสียเวลาไปมาก
ด้วยความที่พวกโยชิกิถนัดงานกลางคืน การไปเอาหินแสงจันทร์จึงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพราะพวกเขามีเวลาทั้งคืนและพวกเขานั้นไม่ง่วงง่ายๆแน่ กับงานแบบนี้ แต่พวกเขารู้ดีว่า นี่ไม่ใช่ภารกิจง่ายๆเลย เพราะจากคำบอกเล่าของลุงช่างอาวุธนั้น มันไม่น่าจะง่ายแน่ๆ แถมบาดแผลที่ชายคนนั้นได้มามันก็น่ากลัวแล้วรักษายุ่งยากอีก
ในส่วนรูปแบบการเดินนั้น ทวิ้กกี้เดินอยู่ข้างหน้าสุด เพราะดาบที่เขามานั้นค่อนข้างมีน้ำหนักที่ไม่ใช่น้อยๆ แถมเป็นอาวุธระยะประชิดอีก ส่วนโยชิกิก็คอยเดินประกบหลังทุกคนให้ เพราะถ้าหากว่ามีมอนสเตอร์มาโจมตีจากข้างหลัง เขาจะได้ไหวตัวทันและเสียบคอมันก่อนที่จะล้วงใครสักคนในทีม มาริลินนั้นก็คอยแทงค์ให้ฮิเดะกับไทจิอีกที มอนสเตอร์ในป่านี้มันขึ้นชื่อเรื่องความตีแรงมาก แค่มาริลีนแทงค์คนเดียวก็น่าจะเอาไม่อยู่แล้ว ทวิ้กกี้เลยอาสาจะช่วยแทงค์ด้วย
“เฮ้ย!!! แมลงประหลาดพวกนั้นมันรวมฝูงกันน่ะ” ทวิกกี้หยิบปืนที่เขาเอามาแนบไว้กับเข็มขัด มันเป็นอาวุธที่เขาจะใช้ ถ้าหากว่าศัตรูมันบินได้หรือโจมตีจากระยะไกลได้ เขาก็ไม่ลังเลที่จะใช้มันแน่ และเขาก็เริ่มที่จะร่ายเวทย์ไฟ เพื่อที่จะจัดการห่าแมลงคลั่งพวกนี้ แต่มันกลับเผาไปได้เพียงกระจุกนึงเท่านั้น
“เชี้ยเอ้ย ระยะไม่กว้างพอที่จะเอาพวกมันทั้งฝูงลงเล- เฮ้ย!!!”
ฝูงแมลงได้พุ่งมาที่ชายผมดำอย่างบ้าคลั่ง ทวิกกี้ร่ายเวทย์ไฟอีกครั้ง แต่ว่าฮิเดะกลับเดินประจันหน้าและจับข้อมือของเขาเอาไว้
“มันไม่ดีหรอกนะทวิกกี้จัง ขืนใช้เวทย์แบบนี้นายจะไม่ไหวเอาได้นะ”
“หมายความว่ายังไง ฮิเดโตะ”
“ฟังให้ดี เพราะเราจะไม่อธิบายซํ้านะ
เราจะร่ายเวทย์ลมเป็นวงแหวนล้อมรอบตัวเรานะ พอมันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทวิกกี้จังก็ร่ายเวทย์ไฟใส่วงแหวนนะ ที่เหลือก็ให้ฉันวิ่งเข้าไปหาพวกแมลงนั้นน่ะ”
ทวิกกี้คิดอยู่สักครู่ ก่อนที่เขาจะทำตามที่มือกีต้าร์ร่างเล็กบอก และสิ่งที่เขาได้เห็นก็คือ พายุวงแหวนของฮิเดะที่รายล้อมไปด้วยเวทย์ไฟของเขา และมือกีตาร์ผมสีชมพูก็วิ่งเข้าไปกลางวงทันที
“สตรอมส์ไฟเยอร์!!!”
ฮิเดะร่ายเวทย์อย่างสุดเสียง วงแหวนเพลิงก็ได้เป่าพวกแมลงมฤตยูไปจนหมดฝูง ซากของพวกมันไหม้เป็นตอตะโก ควันจากพวกมันส่งกลิ่นไหม้แปลกๆออกมา มือกีตาร์หนุ่มเมื่อเขาสังเกตุเห็นความผิดปกติบางอย่างได้ เขาก็ได้รีบพาเพื่อนผมดำของเขาไปสมทบกับคนอื่นที่เหลือทันที
อีกด้าน
มาริลีนยืนสกัดไม่ให้พวกซิลเวอร์วูลฟ์เข้าถึงตัวไทจิ ส่วนโยชิกิก็คอยฆ่าพวกมันทีละตัวสองตัว และด้วยความที่เขี้ยวของพวกซิลเวอร์วูลฟ์มันมีฤทธิ์ที่ทำให้ร่างกายของคนที่โดนกัดเลือดไหลไม่หยุด หากไม่ใช้เวทย์รักษาให้ทัน อาจจะทำให้ผู้ที่โดนกัดนั้นเสียชีวิตจากการเสียเลือดมากเกินไป ไทจิก็คอยใช้เวทย์รักษาอาการเป็นระยะๆ แล้วก็ร่ายเวทย์เสริมความเร็วให้มือกลองหนุ่มและเพื่อนผมสีเพลิงของเขา เพื่อเพิ่มความเร็วการโจมตีปกติให้มากขึ้น และสามารถหนีพวกมันเพื่อไปสมทบกับฮิเดะกับทวิกกี้
“วู้ว พวกแมลงนรกนั้นน่ารำคาญชะมัดยากเลย ดีนะที่ฮิเดโตะช่วยฉันไว้”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ ขอบคุณพวกเขาด้วย เราหมายถึงพวกคุณปู่คุณย่าที่สอนเวทย์น่ะ”
หนุ่มผมดำยิ้มพลางคิดไปในใจว่า ฮิเดะนั้นพัฒนาไวมาก จนเขาแทบจะไม่เชื่อเลยว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังต้องให้โยชิกิปกป้องอยู่เลย แต่ตอนนี้เขานั้นเก่งมากที่สามารถพลิกแพลงการใช้เวทย์มนต์ให้เป็นประโยชน์กับพวกพ้องคนอื่นๆได้ด้วย
และแล้วพวกโยชิกิก็วิ่งตามมาสมทบพวกฮิเดะอีกที พวกเขาก็เล่าเรื่องตอนที่เจอกับพวกซิลเวอร์วูลฟ์และไทจิก็หยิบเขี้ยวของพวกมันมาด้วย เพื่อที่นอกจากเขาจะนำมาปรุงยาแล้ว มันยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้ด้วย
“ดีนะที่เรามีมือเบสสองคนที่คนนึงเป็นผู้พิทักษ์ที่ทำได้หลายหน้าที่ อีกคนก็เป็นตัวซัพฯชั้นยอด แถมมีความรู้เรื่องยาอีก ฮ่าๆ”
“น้อยๆหน่อยแมนสัน ฉันก็แค่มาช่วยตามคำขอของฮิเดะจังเท่านั้นแหละ”
“ว่าแต่โยจัง ตอนนี้กี่โมงแล้วล่ะ เพราะพวกเราเห็นที่ๆคล้ายสิ่งก่อสร้างยุคโบราณเลย”
โยชิกิมองนาฬิกาข้อมือ มันบอกเวลาที่ 2 ทุ่ม 14 นาที แล้วมือกลองหนุ่มมองรูปแบบอาคารแล้วได้แต่รู้สึกแปลกใจ เพราะรูปทรงอาคารนั้นมันมีรูปร่างคล้ายพีรามิดก็จริง แต่มันถูกก่อด้วยหินสลักและสิ่งที่ถูกสลักมานั้น มีแต่ข้อความที่เขาอ่านไม่ออกทั้งนั้นเลย ถึงแม้ว่านั้นเป็นภาษาอังกฤษก็ตามที
แต่โชคดีที่ฟร้อนแมนร่างสูงอ่านมันออกและเขาก็ตัดสินใจที่จะอ่านออกเสียง
“ประตูวิหารแสงจันทร์นั้นจะไม่สามารถเปิดได้ หากไม่เล่นเครื่องดนตรีเครื่องสาย”
“งั้นหมายความว่า… ทุกคนจ๊ะ ให้เราเล่นดี- อ่ะ!!”
ก่อนที่ฮิเดะจะพูดจนจบ ก็ได้มีเด็กผู้หญิงคนนึงปรากฏตัวขึ้นและเอามือฟาดต้นขาของมือกีตาร์หนุ่มอย่างแรง และเธอก็ได้เอ่ยว่า
“พี่ชายผมสีชมพูคนนั้นน่ะ เล่นไม่ได้นะ มันสงวนให้กับเทพธิดาแห่งแสงเท่านั้นค่ะ”
เด็กผู้หญิงชุดแดงขาวก็ได้หยิบกีต้าร์โปร่งขึ้นและมอบให้กับไทจิ
“ขอโทษนะฮิเดะจัง จิซาโตะเขาไม่ได้จะเสียมารยาทหรอกนะ แต่ว่า…” มือเบสผมบลอนด์เอ๋ยคำขอโทษกับเพื่อนของเขา
“ไม่เป็นไรหรอกนะไทจัง ฉฉันผิดที่รีบร้อนเกินไปจ๊ะ”
“ท่านเทพธิดาแห่งแสงคะ คือว่า ถ้าจะรับเจ้านี่ด้วยได้ไหมคะ เพราะว่ามันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ไทจิรับของมาจากเด็กหญิงอย่างเต็มอกเต็มใจ เขาเชื่อเลยว่า ของที่จิซาโตะประดิษฐ์ออกมามันจะได้ผลเต็มประสิทธิภาพแน่นอน
“นี่หนู ไอ้ที่เหมือนเข็มกลัดเพชรอันเท่านิ้วชี้มันคืออะไรล่ะ”มาริลีนถามเด็กหญิงพร้อมกับจับหัว แต่เธอสะบัดมือของเขาออกจากหัวของเธอ
“มันคือเครื่องเทเลพอร์ต สามารถวาร์ปไปไหนก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องจำเอกลักษณ์ของสถานที่นี้ได้ และอย่าเรียกหนูแบบนั้นนะ หนูชื่อจิซาโตะต่างหาก”
“ก็ได้ๆ”
“นี่มาริลีนจัง อย่าไปหยอกเด็กอย่างนั้นสิ!”
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังคุยกับจิซาโตะอยู่นั้น ทุกคนก็เริ่มได้ยินเสียงบรรเลงจากกีตาร์โปร่ง และนั่นก็เป็นภาพที่สวยสะดุดตาเป็นอย่างมาก
ไทจินั่งพับเพียบ และบรรเลงเพลงVoiceless Screaming ขึ้น เขาปัดผมยาวเลยบ่านิดหน่อยของเขาไปข้างหลัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายแข่งกับดวงดาว ผมสีบลอนด์ของเขาที่กระทบแสงจันทร์นั้นแวววาวเหมือนดิ้นทองที่ปักตามชุดสวยงาม
สำหรับมือกลองผมสั้นแล้ว…
นั่นคือภาพสุดท้ายของไทจิในฐานะมือเบสวง X
แต่มีอย่างเดียวที่ไม่เหมือนคือ…
นํ้าตา… คืนนั้น มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมต้องลาออกกระทันหัน เกิดอะไรขึ้นในคืนนั้นที่ไทจิมาดูแลเขาอยู่ข้างๆ ที่พอเขามาที่ห้องนั่งเล่นก็มีคราบน้ำแปลกๆและเศษผ้าจากชุดของไทจิอยู่ข้างเปียโน…
และที่สำคัญ ไทจิที่นอนไม่ได้สติ แถมถูกมัดด้วยเศษผ้าของเขาและร่างกายที่แทบจะเหมือนเป็นสาวน้อยผู้สูญเสียพรรมจรรย์
((ยาเสน่ห์… มนต์ตรา… อะไรกันแน่นะ))
แต่โยชิกิไม่มีเวลาคิดแล้ว เพราะประตูวิหารได้เปิดออกแล้ว และอะไรที่จะรอพวกมังกรแห่งสวรรค์ในวิหารแสงจันทร์กันแน่
จบตอน