Kurenai
มาลิรินได้ขับรถไปที่สุสานประจำเมือง ระหว่างทางก็ได้แวะซื้อดอกเยอบีร่าสีชมพูและดอกเดซี่ไปด้วย และเมื่อพวกเขาเดินมาถึงสุสาน สิ่งแรกที่เห็นคือ หลุมศพที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้สีชมพู รูปของฮิเดะ ตุ๊กตาในชุดต่างๆของเขา เบียร์ ปิ๊กกีตาร์ และกลอนที่พูดถึงเขา มันช่างน่าแปลกที่หลุมนี้เป็นหลุมศพที่สดใสราวกับว่าเหตุการณ์นั้นมันพึ่งเกิดไปแค่วันเดียว
พวกเขาทั้งสามได้วางดอกไม้ไว้ที่หน้าหลุมศพ และโยชิกิก็โอบไหล่ของฮิเดะไว้
“จะให้ฉันอ่านกลอนที่คุณ..”
“ไม่จ๊ะ
ฉันน่ะ ได้ยินหมดเลย สิ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่บอกกับฉันตอนหลังจากที่ฉันตายแล้ว…”
มือกีต้าร์ผมสีชมพูเริ่มร้องไห้
“ก่อนหน้าที่จะเจอโยจังน่ะ*ฮืก* ฉันเหงามากๆ ฉันน่ะ…ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนไม่มีจุดจบเลย*ฮืก*”
“แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ฮิเดะ มีพวกเราอยู่กันตั้งสามคน นายไม่ต้องเหงาแล้วอีกอย่าง…ฉันขอโทษ ที่ปล่อยให้นายต้องเจอเรื่องแบบนี้”
เมื่อมือกลองหนุ่มพูดจบ ฮิเดะก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากของชายผู้ที่เขา”ต้องการ”ที่จะรักมากที่สุด โยชิกิสวมกอดร่างของเขาและจูบชายร่างเล็กอย่างดูดดื่ม
ทั้งคู่ต้องการให้เวลามันหยุดอยู่ตรงนี้ เวลาแห่งความสุขของทั้งคู่
พวกเขาอยากซื้อเวลานี้ให้นานที่สุด เท่าที่เป็นไปได้
ร้านดอกไม้
มาริลีนและทวิกกี้นั้นกำลังนั่งรอโยชิกิและฮิเดะอยู่ แต่ขณะที่พวกเขากำลังดื่มชานมอยู่ จู่ๆก็มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งได้เดินมาหาพวกเขา
“พวกแกเป็นใครน่ะ!”มาริลินถามชายคนนั้นขึ้น
ชายคนนั้นก็ถอนสายบัวและได้ตอบชายผมสีส้มกลับว่า
“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ ผมชื่อเรเวน เป็นผู้พิทักษ์แห่งวารี ส่วนนี้คือมังกรแห่งวารี โทชิและก็ผู้พิทักษ์แห่งปฐพี เก็ต”
เมื่อชายร่างใหญ่ทั้งสองได้ยินชื่อของโทชิ สีหน้าของพวกเขาถึงกับซีดเผือดทันที
ชายที่เคยเป็นเพื่อนกับฮายาชิ โยชิกิ
บัดนี้เขาได้ทิ้งเพื่อนคนนี้แล้ว
เพื่อเข้าร่วมกับพวกคนประหลาดนั้น
อีกด้านหนึ่ง
“คุณคงเป็นฮายาชิ โยชิกิสินะ”มานาได้พูดขึ้น
โยชิกิรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เป็นมิตรในตัวของชายหนุ่มในชุดโลลิต้าคนนี้ เขานั้นมีออร่าที่ดูชั่วร้ายโอบล้อมบรรยากาศโดยรอบ
“ฮิเดะ รีบไปหาพวกแมนสันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฉันมีบางอย่างต้องคุยกับเจ้าหมอนี่ เดี๋ยวฉันกลับมา”โยชิกิกำชับให้ชายผมสีชมพูวิ่งไปหาพวกของมาริลีนให้เร็วที่สุด
ฮิเดก็ได้วิ่งไปที่ร้านดอกไม้ทันที แต่ทว่า
ชายผมบลอนด์เสกบางอย่างกลางอากาศ มันเป็นเหมือนแท่งสีทองอะไรสักอย่าง จากนั้นลำแสงเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นสายแส้
เมื่อมานาตวัดแส้ ร่างของโยชิกิก็ได้ลอยขึ้น เขารู้สึกถึงแรงรัดของเชือกที่รัดอย่างแน่นหนาและเมื่อมือเปียโนผมบ็อบตวัดแส้อีกครั้ง ร่างของมือกลองหนุ่มก็กระเด็นออกไป
ฮิเดะวิ่งไปเรื่อยๆหมายจะไปหาพวกเพื่อนคนอื่นๆ แต่ว่าเขากลับสะดุดตากับชายร่างสูงคนหนึ่ง เขานั้นย้อมผมเหมือนเขาเป๊ะและใบหน้าของเขาแสดงความตกใจขึ้น
“สุกิจัง!
มาได้ไงเนี่ย แล้วทำไมผมนาย..”
“พี่ฮิเดะ นี่พี่ฮิเดะจริงๆเหรอ”
“จ๊ะ…
!!!
ส..สุกิจัง ปล่อยเรานะ!! เราจะหาพวกมาริลีนจังนะ ปล่อย!!!”
“เจ มานา โยชิกิไม่ได้สติแล้วใช่มั้ย”
จู่ๆ มานาก็เดินมาพร้อมกับร่างที่ไร้สติของโยชิกิ และเจ เพื่อนร่วมวงของสุกิโซ
“ย..โยจัง พวกนายทำอะไรลงไปน่ะ!”
“ภารกิจสำเร็จแล้วนะ ยาสุฮิโร”
“ขอบใจนะ จุน”
และเรเวนก็ได้เดินมาโดย จากนั้นโทชิถือคาตานะสองเล่มเดินเข้ามาหาฮิเดะ และเก็ตที่เดินตามมาทีหลัง รอยยิ้มของเขานั้นมันแฝงไปด้วยความน่ากลัว
“พวกนายทำอะไรพวกเขาน่ะ!”ฮิเดะตกใจ เขาแทบจะร้องไห้
มือกีต้าร์ร่างเล็กมองเห็นร่างชายชาวอเมริกันสองคนที่หมดสติไป และเขาก็ถูกไปที่รถของสุกิโซ ในขณะที่คนอื่นนั้นไปที่ลิมูซิน
ฮิเดะทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากร้องไห้และสวดภาวนาให้ปาฎิหารย์ทำให้เขากับพวกโยชิกิปลอดภัย
จบตอนที่7