Voiceless Scramming
บ้านของท่านผู้อาวุโส 10:24 น.
พวกโยชิกิได้นั่งลงบนโซฟาผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม พวกเขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มสบายเพราะว่านอกจากโซฟาตัวนี้แล้ว กลิ่นหอมของดอกส้มก็ทำให้สมองของพวกเขาคลายความตึงเครียดไปมาก จากนั้นโรนัลด์ พี่ชายของไทเลอร์ก็ได้เดินเข้ามา พร้อมกับถือหนังสือเรื่อง’ตำนานมังกรและผู้พิทักษ์’และเขาก็ได้เปิดหนังสือออก และในจังหวะนั้นเอง ผู้อาวุโสและท่านหญิงอลิซก็ได้เดินเขามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี
“สวัสดีครับ ท่านมังกรและผู้พิทักษ์ทุกคน
กระผมกับอลิซตกใจมาก พอได้ยินเรื่องที่พวกท่านมาที่นี่ แสดงว่าพลังของพวกท่านตื่นแล้วสินะ”
“พลัง….ท่านผู้อาวุโส ท่านพอจะอธิบายว่ามันคืออะไรครับ”โยชิกิถามชายชราด้วยความสงสัย
“โอ้ ท่านคงไม่รู้สินะ งั้นกระผมจะเล่าเรื่องให้พวกท่านนะครับ”
ทันทีที่ผู้อาวุโสพูดจบ เขาได้เดินไปเปิดสวิตซ์ปริศนา และทันทีที่สวิตช์เปิดทั้งห้องก็กลายเป็นท้องฟ้าว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“ในยุคบรรพกาลนานมาแล้ว พระเจ้าได้ทำให้มนุษย์กลุ่มหนึ่งมีพลังพิเศษที่เรียกว่า มังกร พลังมังกรนั้นสามารถถูกปลุกขึ้นโดยมีเงื่อนไขดังนี้ ต้องมีจิตใจที่แข็งกล้ากว่ามนุษย์ทั่วไป,ต้องมีพันธะสัญญากับคนนั้นอย่างแน่นหนาและก็ มีความเชื่อมั่นต่ออุดมคติของทุกคน
พวกเขานั้นก็มีสองฝ่าย มังกรแห่งสวรรค์ที่ปกป้องมนุษยชาติจากอันตราย และมังกรแห่งโลกาที่จะทำลายล้างมนุษยชาติ ความขัดแย้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นจากการที่หญิงสาวคนหนึ่งที่ได้สูญเสียน้องสาวสุดที่รักไป โดยฝีมือของคู่หมั้นที่พ่อแม่เลือกให้ เธอคนนั้นรักน้องสาวยิ่งกว่าพี่น้องและมันทำให้เธอพาน้องสาวอีกคนหนึ่งที่รักไม่แพ้กันหนีออกจากบ้าน และชายผู้เป็นคู่หมั้นของเธอก็ตามไปฆ่าเธอ โดยสาเหตุที่เขาต้องฆ่าน้องสาวคนนั้นเพราะเธอไปรู้ความลับของเขาที่เป็นมังกรแห่งวารีเข้าเลยฆ่าเธอเพื่อเป็นการปิดปาก
สองพี่น้องก็ได้รับความช่วยเหลือจากทูตสวรรค์ และแล้วหญิงสาวผู้พี่ก็เลือกที่จะเป็นมังกรแห่งวายุ เพื่อที่จะล้างแค้นให้กับน้องสาวและแล้วพวกเธอก็ตัดสินใจที่จะสู้กับคู่หมั้นของเธอโดยมีมังกรและผู้พิทักษ์อีก3คู่ ช่วยเหลือเธอ ในนามของมังกรแห่งสวรรค์ และการต่อสู้ในสงครามทำลายล้างครั้งแรกนั้นกล่าวกันว่า พายุฝนคลั่งชนิดที่เรียกว่ามันคงจะบอกสัญญาณเตีอนเหล่ามนุษยชาติ ให้เตรียมตัวรับโทษจากการสร้างมลทิน และแล้วก็เป็นฝ่ายมังกรแห่งสวรรค์ที่ชนะแต่ว่ามันก็ได้แลกกับชีวิตของน้องสาวที่เธอรัก แต่ว่าเธอได้ทิ้งให้เด็กทารกเพศหญิงคนหนึ่งให้พี่สาวผู้ที่เธอรักมากที่สุด…”
เมื่อผู้อาวุโสเล่าบทที่สองจบ ทวิกกิ้ก็นํ้าตาไหลออกมา ชายผมสีส้มแดงก็ได้ปลอบเพื่อนรักของเขาและได้พูดว่า
“ช่างเป็นน้องสาวที่รักพี่สาวมาก รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองต้องตายแต่ต้องปกป้องเธอจนตัวตาย…”
“มาริลีน….นายพร้อมที่จะปกป้องฮิเดะไปฉันไหม?” มือกลองหนุ่มถามฟร้อนต์แมนต่างวง
“พอมานึกๆแล้ว…
ฉันอยากซัดกับไอ้พวกปัญญาอ่อนมากจริงๆ มันเกือบตอกฝาโลงให้ฉันแล้ว
ฉันเอาด้วย ฮายาชิ!”
จู่ๆผู้อาวุโสก็ได้แทรกเข้ามา“เดี๋ยวก่อนครับ คือว่าท่านมังกรแห่งวายุ ผมมีอะไรจะบอกคุณ”
“อะไรครับ…ผมจะไปหาฮิเดะ”
“ผมจะคุยเรื่องนี้กับท่าน เพราะว่ามันเกี่ยวกับผู้พิทักษ์แห่งวายุครับ”
มือกลองผมสั้นถึงกับนิ่งไป และชายชราได้พูดว่า
“สาเหตุที่มังกรแห่งวายุน่ะ จะมีผู้พิทักษ์ได้สองคน มันเป็นเพราะว่าสงครามทําลายล้างครั้งล่าสุด ซึ่งมันไปตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่สองที่ทำให้มีมนุษย์ตายไปเป็นจำนวนมาก ฉันจำเรื่องราวทั้งหมดได้ไม่หมดหรอก แต่ฉันจะเล่าให้ฟัง
ปี2471นั้นเป็นปีที่นาซีเริ่มขยายอำนาจเข้ายุโรปแบบเบ็ดเสร็จ มีนักผจญภัยสาวชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อว่า มาซาโกะ ได้เดินทางไปถึงทางตอนเหนือของอังกฤษ เธอก็ได้ช่วยเหลือพี่น้องฝาแฝดเอาไว้
ทั้งคู่เป็นหญิงสาวผู้ดีมีชาติตระกูลจากตระกูลเอ็ดเวิร์ด ที่ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีจากการเป็นขุนนางเก่าในราชวงศ์อังกฤษนั่นเอง คนพี่ชื่อเวอร์จิเนีย คนน้องชื่อมาเรีย พวกเธอก็เลยตอบแทนโดยการให้ที่พักกับอาหารให้เธอ มันคงจะเหมือนทั่วไปที่มาซาโกะจะไม่ติดใจอะไรกับสองสาว
แต่ว่า…สาวน้อยคิดผิดมหันต์ เธอออกเดินทางไปที่ไอแลนด์ทันที โดยหารู้ไม่ว่า พวกทหารที่ถูกมาซาโกะจัดการในตอนนั้น ได้ย้อนกลับมาและได้คร่าชีวิตหญิงสาวทั้งสองและครอบครัวจนถึงแก่ความตาย และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือ พวกเขาได้ให้สินบนเอาไว้เพื่ออำพรางคดี
มาซาโกะที่ได้รู้ข่าว ก็เศร้าโศกและได้กลับมาที่หมู่บ้านทันทีและเธอได้สาบานว่า จะหาคนที่ฆ่าทั้งสองให้ได้และนำมาลงโทษ แต่เรื่องราวที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้น เพราะว่าจู่ๆสองพี่น้องก็ได้คืนชีพอีกครั้งในฐานะ’เทพธิดาแห่งแสงและความมืด’และมาซาโกะก็คือ’มังกรแห่งวายุ’และแล้ว ท่ามกลางไฟของสงครามโลกที่กำลังปะทุอย่างหนัก ทั้งสามก็ได้พรรคพวก นั่นคือมังกรแห่งปฐพีและมังกรแห่งชีวิตเข้ามาเสริมทัพให้ภารกิจของพวกเธอเป็นจริง
และในที่สุดพวกเขาก็พบกับมังกรแห่งความตาย ผู้ที่บงการเรื่องราวเหล่านี้และหลังจากที่พวกเขาจัดการกับพวกมังกรแห่งโลกาสำเร็จ และหลังจากนั้น1ปี มาเรียให้กำเนิดลูกชายชื่อว่าวาเลนไทน์และเวอร์จิเนียให้กำเนิดลูกสาวชื่อว่าโมนิก้า พวกเขามีความสุขจนกระทั่งพวกเขาพบกับมังกรและผู้พิทักษ์แห่งวารี พวกเขาหมายจะสังหารทุกคนในหมู่บ้าน แต่ว่าพวกเขาก็ถูกหยุดโดยเวทย์ต้องห้ามของเวอร์จิเนีย แต่นั่นมันก็แลกด้วยชีวิตของเธอบวกกับบาดแผลที่ถูกคาตานะแทง เธอได้ตายลงต่อหน้าลูกสาวของเธอเอง และมาซาโกะก็ได้ใช้ท่า”แองเจิลลิค ลิมิตเบรก”เผด็จศึกทันที แต่ว่ายิ่งกว่าสตรอมออฟแพนโดร่าที่เสียหายอย่างหนักก็ไม่อาจแลกชีวิตของหญิงสาวผู้อ่อนโยนได้
25%
“น่าสงสารจัง
เธอควรจะได้ใช้ชีวิตกับลูกเมียแท้ๆ”ฟร้อนต์แมนผมส้มได้พูดขึ้นด้วยความสงสารหญิงสาว
“แต่มาริลีน ลองคิดดูสิ
ถ้านายเป็นฉัน แล้วจู่ๆฮิเดะโดนพวกนั้นเล่นงานขึ้นมาล่ะ”โยชิกิพูดเตือนใจให้เพื่อนชาวอเมริกันของฮิเดะ
“….
อีกใจหนึ่งมันก็นะ ถ้าพวกนั้นมันมีชีวิตอยู่ ชาวบ้านพวกนั้นคงไม่เหลือซากแล้ว”
หน้าบ้าน 10:47น.
“ท่านมังกรแห่งวายุครับ”เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้เรียกโยชิกิ
“เรียกฉันว่าโยชิกิก็ได้ ว่าแต่มีอะไรเหรอ”
“คือว่าท่านเทพธิดาแห่งความมืดจะต้องไปฝึกเวทย์กับท่านแม่หมอแคทเธอรีนและท่านบาทหลวงแชดวิคครับ เขาเลยให้ผมมาบอกครับ อ้อ!
คืนนี้ ท่านเทพธิดาแห่งแสงอยากพบท่านครับ ให้ท่านไปเจอเขาที่ทะเลสาปซากุระครับ”
“อืม เข้าใจแล้ว”
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในวิหารประจำหมู่บ้าน และเขาก็เจอฮิเดะที่กำลังตื่นเต้นกับการฝืกเวทย์ครั้งแรกผิดกับความยากในการฝึกเวทย์ลมที่โหดหฤหันต์ เขาเข้าใจ ที่มือกีตาร์ของเขาทำอย่างนี้เพราะว่า เขาไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร
สวนดอกอาซาเลีย 13:00 น.
“ท่านครับ
ท่านต้องกำหนดจิตก่อน ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะหมดสติ เพราะว่าเวทย์กับจิตใจมันจะเชื่อมต่อกัน หากจิตใจไม่แน่นอน มันจะมีผลกับพลังเวทย์ เลยทำให้พละกำลังพลอยหมดไปพร้อมๆกันครับ”
“อ๋อ…
แล้วถ้าเกิดว่า ระหว่างการกำหนดจิต ผมคิดเวทย์มนต์ใหม่ๆได้ล่ะครับ?”
“โอ้ นั่นคงจะเป็นเรื่องที่ดีเลยล่ะ แต่ว่า
ในสภาวะสงครามทำลายล้างแบบนี้ คงไม่มีใครทำได้หรอก อย่างน้อยก็หลังจากเริ่มฝึกไปแล้วอาทิตย์หนึ่ง”
หลังจากการสอนภาคทฤษฎี ก็ได้เวลาฝึกการร่ายเวทย์ข้างต้น ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามือกีตาร์คนนี้ทำได้ดีขนาดไหน เขาเสกใบมีดอากาศได้ถึง10รอบติด โดยไม่มีทีท่าว่าจะหมดแรงเลยแม้แต่น้อย
((อืม เด็กคนนี้มันเก่งเอาเรื่องเหมือนกันแหะ ถ้าฝึกอบรมอีกนิดหน่อยก็คงไม่ต้องห่วงอะไรแล้วล่ะ))
และจู่ๆคลื่นสูญญากาศก็ได้แทนที่ใบมีดอากาศและทำให้ต้นไม้จำนวนหนึ่งหักโค่นลงมา ฮิเดะทำสีหน้าตกใจก่อนที่จะกระโดดด้วยความดีใจ
“คุณลุงครับ ผมคิดเวทย์ใหม่ได้แล้วครับ!
อืม…ชื่ออะไรดีนะ อะฮ้า! ‘เอมเพลิ กราวิตี้’แล้วกัน!”
((บางที เด็กคนนี้อาจจะเป็นกำลังสำคัญให้กับเหล่ามังกรแห่งสวรรค์ ไม่สิ เขาคือคนที่จะพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ให้กลับมาดีขึ้นก็เป็นได้
ถ้าเราฝึกเขาจนถึงวันนั้น และไม่ได้เป็นเทพธิดาแห่งแสงล่ะก็ เขาจะกลายเป็นจอมเวทย์ที่เก่งกาจที่สุดในโลกนี้ก็เป็นได้ แต่แค่อย่าให้เขาเข้าสู่ด้านมืดเหมือนคนๆนั้นก็พอแล้ว))
ชายชราคิดอยู่ในใจ เขาก็ดูนาฬิกาข้อมือ ปรากฏว่านี่มันบ่าย3ครึ่งแล้ว แต่เธอก็ให้ยาอะไรบางอย่าง มันเป็นเป็นของเหลวสีมาเจนต้าสวยงามและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ กับโน้ตสั้นๆที่เขียนว่า
เจอกันในความฝัน ฮิเดโตะ -แคทเธอรีน
ป.ล. มันคือยาความฝัน หากดื่มไปแล้วผู้ที่ดื่มมันนอนหลับ จะสามารถเข้าโลกความฝันได้
บ้านพัก 21:00น.
ฮิเดะนั่งบนเก้าอี้โยก เขาครุ่นคิดอยู่ว่าทำไมคุณย่าคนนี้ถึงให้ยาความฝัน แทนที่จะฝึกตรงๆแบบท่านบาทหลวง แต่จะมาครุ่นคิดตอนนี้ก็จะไม่ได้ความ เดี๋ยวก็ได้โดนบ่นจนหูชาอีก
มือกีต้าร์หนุ่มจึงยกซดยาความฝันจนเหลือครึ่งขวด และก็ได้หลับไป
โลกแห่งความฝัน
มือกีต้าร์หนุ่มร่างเล็กปรากฏในทุ่งหญ้าสีเขียวขจี กลิ่นของดอกไม้ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณและที่สำคัญ เขากลับมาไว้ผมสีทองอีกครั้ง และใส่ชุดพ่อมดในเพลง’Cerebation’แต่ต่างตรงที่ เขาไม่ได้ถือคฑาแล้ว และหญิงวัย30ต้นๆก็ได้ปรากฏต่อหน้าเขา
“เทพธิดาแห่งความมืด มัตสึโมโต้ ฮิเดโตะ เจ้าพร้อมสำหรับการฝึกฝนอันยากลำบากหรือไม่”
ฮิเดะหายใจออกและได้ตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“ผมพร้อมแล้ว…”
“ดี…ฉันจะไม่เกรงใจกับคนที่มีพลังเวทย์สูงอย่างนายนะ
เตรียมรับมือได้ ฮิเดโตะ”
(50%)
ทะเลสาบซากุระ 20:00 น.
มือกลองหนุ่มได้เดินไปที่ต้นซากุระ ซึ่งซากุระที่ทะเลสาบแห่งนี้จะไม่มีวันเหยี่ยวเฉา ราวกับว่าเวลามันได้หยุดให้ต้นซากุระต้นนี้ไม่มีวันสลายไปตามกาลเวลา ส่วนตัวทะเลสาบนั้นก็เต็มไปด้วยกลีบดอกซากุระที่ร่วงลงมา และคืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง คงจะการสนทนาที่เต็มไปด้วยความโรเมนติกแน่ๆ แต่มันไม่ใช่กับโยชิกิและไทจินี่สิ
ไทจิอยู่ในชุดกระโปรงสีม่วงพาสเทลลายจุดสีขาว กำลังรอมือกลองหนุ่มด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยและแววตาแฝงไปด้วยอารมณ์
เขายืนนิ่งสักครู่ ก่อนที่จะเอนหลังพิงต้นซากุระแล้วก็ลงไปนั่งทันที
“นายคงรู้แล้วสินะ ว่าเหตุการณ์เหนือธรรมชาติมันเป็นเพราะอะไร
แต่ว่า โยจจัง
นายยังจำตอนนั้นได้ไหม ที่นายปวดหลังผิดปกติแล้วฉันก็มาดูแลนาย…. แล้ว…แล้วนายก็-“
มือกลองหนุ่มนึกสักครู่ก่อนที่เขาจะทำสีหน้าตกใจ
((หรือว่า!!!
วันนั้น…วันที่อาการหอบกำเริบขึ้นมานี่! ฉัน..ฉันเผลอพรากบางอย่างจากเขาไป!!!))
วันที่ 13 กรกฎาคม 2533
“*แค่กๆ*” ท่ามกลางเสียงไอที่เต็มไปด้วยความทรมานของโยชิกินั้น มือเบสผมสีทองได้ปรุงยาอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นของเหลวที่มีสีสันราวกับโอปอลและมีกลิ่นของมินต์และดอกคาโมไมน์ลอยฟุ้งไปทั่ว
ไทจิหยิบถ้วยแก้วสลักเป็นรูปดอกไม้แล้วตักยาตัวนั้นใส่ลงไปในถ้วย และก็หยิบขวดน้ำเปล่ามาด้วย จากนั้นเขาก็เดินเขาไปหาชายผมยาวที่นอนเปลือยท่อนบนอยู่ทันที
มือกลองหนุ่มยกซดยาก่อนที่จะดื่มน้ำตาม เขาถอนหายใจและลงไปนอนตามเดิม ไทจิดูนาฬิกาบนโต๊ะ ปรากฏว่านี่มันเที่ยงคืนกว่าๆแล้ว จะกลับตอนนี้ก็ไม่ได้ซะด้วย เขาเลยไปที่ห้องนอนอีกห้องหนึ่งทันที
จากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำและใส่ชุดนอนตามปกติ และเขาก็สวดอ้อนวอนพระเจ้าก่อนที่จะนอนหลับเพื่อวันที่แจ่มใสกว่าเดิม
โยชิกิกำลังลุกขึ้นมาเปิดม่านเพื่อดูเป็นวิวทิวทัศน์ในเวลาเล่นเปียโน เขานั่งลงแล้วก็ได้เล่นเพลงEndless Rain จนกระทั่ง เขาสบตากับดวงจันทร์เต็มดวงในคืนนี้ที่สวยงามผิดปกติ และแล้วหนุ่มตุ๊กตาฝรั่งเศสนั้นก็รู้สึกถึงสติสัมปชัญญะที่ถูกควบคุมด้วยสัญชาตญาณของสัตว์ป่าที่กำลังโหยหาความรัก และสายตาของเขาก็ได้จับจ้องที่มือเบสในชุดนอนลูกไม้สีดำม่วงซึ่งได้แต่ถามไถ่เขาด้วยความเป็นห่วง
“โยจจัง…เงียบทำไมล่ะ
ฉันไม่เล่นด้วยนะ….”
“ไทจิ….”
“อ้า! โยจจัง นายจะทำอะไรน่ะ อ้าก!”
มือกลองร่างสูงกดไทจิลงไปเก้าอี้เปียโน แล้วเอาสายเข็มขัดมามัดมือทั้งสองข้างของมือเบสลูกเสี้ยวไว้ และเขาก็กระชากเสื้อของไทจิจนช่วงคอเสื้อถึงใต้อกขาด เผยให้เห็นยอดนูนบนหน้าอกของเขา มือกลองได้จู่โจมเข้าไปที่ซอกคออันเนียนนุ่มและดูดเป็นรอยจํ้าสามจุด และได้ไล้ลงที่หน้าอกแล้วก็ได้นิ้วมือจับเข้าที่จุดอ่อนของเขา มือเบสพยายามห้ามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าร่างกายมันไม่ตอบรับกับสิ่งที่คิดไว้
“ไม่เอานะ….ฮ้า~~~~~ไม่เอาตรงนั้นนะ
อ๊า~~~~~อือ~~~~”
มืออันซุกซนนั้นก็ได้รุกล้ำเข้าสู่ส่วนต้องห้ามแล้ว ความปั่นป่วนในท้องน้อยของไทจิจึงเริ่มต้นขึ้น เขาร้องครางออกมาจนโยชิกิผิวปากด้วยความชอบ และแล้ว โยชิกิก็ได้ถอดกางเกงขาเดฟและกางเกงในลูกไม้สีม่วงไลเลคของมือเบสผมทองออก แล้วรูดซิปกางเกงของตนออก เผยให้เห็นแก่นกายของเขา ไทจิพูดในใจว่า
((ไม่ได้การล่ะ เขาจะทำแบบนี้กับเราแล้ว ไม่นะ!!))
“เอาล่ะ ไทจิ… วันนี้นายคงจะสวยงามกว่าครั้งไหนๆมาแน่ๆ
มาเถอะ ฉันจะทำให้นายได้พบกับสวรรค์ที่แท้จริงเอง”
“ไม่! ไม่!!! อ๊า!!!”
ทันทีที่แก่นนั้นเข้าไปในช่องหวงห้าม ไทจิกรีดร้องทันทีและเขาก็ข่วนขาเก้าอี้เปียโนเพื่อไม่ให้มือของเขาเจ็บ มือกลองหนุ่มกระแทกร่างของเขาอย่างรุนแรง โดยที่คนด้านใต้นั่นได้แต่ร้องไห้ออกมาและพยายามสลัดตัวออก แต่ว่าเรี่ยวแรงของเขามันหมดแบบไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เกมรักได้มาถึงช่วงใกล้ไคลแมกซ์ ไทจิรู้สึกเหมือนสติค่อยๆหายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเร่าร้อนในร่างกาย เขาไม่ต้องการมันเลยซักนิด แต่ว่าโยชิกินั้นไม่ได้ยินเสียงกรีดร้องอีกแล้ว เขากระแทกอย่างรุนแรงอีกครั้งและคราวนี้เขารู้สึกถึงของเหลวสีขาวขุ่นที่ไหลออกมาจากแก่นกาย
“….”
“ฉันจะมาแล้วนะ มือเบสคนเก่งของฉัน”
และของเหลวนั้นก็ได้สาดใส่ภายในร่างของมือเบสร่างบางอย่างเต็มที่ และไทจิก็หมดสติไปพร้อมๆกับสติของโยชิกิที่กลับมา
“เจ็บตรงนั้นจัง เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย..
!!!!
ไทจิ! ไทจิ เข้มแข็งเอาไว้นะ เกิดอะไรขึ้นกับนายเนี่ย อ๊า!
ไม่…. นี่ฉัน…พรากความบริสุทธิ์จากไทจิไปอย่างงั้นเหรอ…..”
โยชิกิพยายามปลุกร่างบางที่หมดสติไป แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
“ไม่..เป็นไปไม่ได้!!!
ไทจิ!!!”
“นายพรากความบริสุทธิ์ฉัน!!
นาย…นายมัน…ไอ้คนทรยศ” จากนั้นไทจิก็ได้วิ่งออกไปที่วิหารทันที
โยชิกิยืนนิ่งสักครู่ จากนั้นเขาก็ซัดหมัดเข้าใส่ต้นไม้และพูดว่า
“ทำไมล่ะ…ทำไม…
อุตส่าห์ลืมตอนนั้นได้แล้วแท้ๆ ทำไมล่ะ ไทจิ ฉันผิดตรงไหน
เจ้านั่นทีสิงฉันมันเป็นคนทำ!
ไทจิ ฮิเดะ ฉันขอโทษ ที่ปัดความรับผิดชอบให้กับพวกนาย…”
จบตอน












