Scars
“เราคงไม่ได้มังกรแห่งอัคคีแล้วล่ะ คุณเดยามา แต่ว่าเรายังมีอีกหนึ่งทางเลือกอยู่นะ” เรเวนได้พูดกับโทชิ “เราต้องไปที่ญี่ปุ่นเพื่อที่จะได้หามังกรคนอื่นๆก่อนที่โยชิกิจะได้มันไปก่อนและนี้ก็คือแผนของเรา”
“งั้นเหรอ แล้วหนังสือสีฟ้านี้คืออะไรล่ะ”โทชิจ้องมองหนังสือที่เรเวนถือ
มันเป็นหนังสือสีฟ้าสดใสราวกับนํ้าทะเล ตัวหนังสือมีสีทองแวววาว เขียนว่า”Mother of Virgin”และเมื่อเรเวนได้ร่ายมนต์อะไรสักอย่าง หน้ากระดาษก็ได้ลอยออกมาจากหนังสือแล้วเมื่อเรเวนยกมือไปที่ต้นไม้ มันก็ได้โจมตีไปที่ต้นไม้ทันทีและต้นไม้นั้นก็ได้ล้มลง
โทชิมองด้วยความตกตะลึง เรเวนที่เห็นสีหน้าของเขาจึงอธิบายให้
“อา…นี่คืออาวุธของฉันเอง ชื่อ มาเธอร์ออฟเวอร์จิ้น มองเผินๆมันก็เป็นแค่หนังสือธรรมดา แต่จริงๆแล้วมันเป็นอาวุธที่ทรงพลังใช้ได้เลย”
“ใช่..ทรงพลังจริงๆ”
“อันที่จริงน่ะ อาวุธเหล่านี้น่ะสามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าเข้าถึงจิตใจของตัวเองได้ อาวุธของคุณก็จะปรากฏขึ้นมาต่อหน้าคุณเอง”
บ้านฮายาชิ
โยชิกิแพ็คกระเป๋าเดินทาง ใบหนึ่งของเขา อีกใบของฮิเดะ เขาเอากระเป๋าใส่เข้าไปในกระโปรงรถแล้วก็อุ้มฮิเดะที่หลับใหลอยู่ไว้ที่เบาะหลัง จากนั้นก็เอาผ้าห่มลายหัวใจมาคลุมร่างกายของมือกีตาร์ร่างเล็กอย่างมิดชิด แล้วเขาก็สตาร์ทรถออกไปจากบ้านทันที
บ้านของมาริลีน แมนสันอยู่ที่แอลเอเหมือนกัน บางทีพวกเขาก็สามารถถึงบ้านของเขาได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง และถ้าเป็นไปได้
พวกเขาจะไม่กลับบ้านนี้อีก จนกว่าเขาจะหาต้นตอของเหตุการณ์นี้ได้
“โยจัง…เรารู้นะ ว่าเราจะไปหามาริลีนน่ะ” ฮิเดะพูดขึ้น ขนาดมือกีตาร์ยังหลับไปแล้ว เขาก็ยังรู้ว่าโยชิกิจะทำอะไร ราวกับว่าตัวชายผมสีชมพูนั้นมีโทรจิตที่จะอ่านความคิดของคนอื่นได้
“ฮิเดะ…ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก ฉันยังไหวอยู่”มือกลองหนุ่มพูดขึ้น เขามองไปที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง มันถูกทาด้วยสีดำโดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นๆ ราวกับว่าเขาคนนั้นไม่ชอบความเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาคนนั้นอยากให้บ้านของตนโดดเด่นเลยเป็นอย่างที่โยชิกิเห็น
เมื่่อรถของเขาจอดอยู่หน้าบ้านของมาริลีนแล้ว เขาก็กดกริ่งหน้าบ้านทันทีและแล้ว ชายอเมริกันร่างสูงใหญ่ สวมชุดนอนสไตล์วิกเตอเรีย ก็เดินออกมาด้วยสีหน้าที่แอบความไม่พอใจเล็กน้อย
“พวกนายมาทำไมว่ะ!”ทวิกกี้พูดขึ้น”คนเขาจะดูซีรีย์กัน
“มาริลีนอยู่หรือเปล่า ฉันจะมาขอความช่วยเหลือน่ะ”
“ไสหัวไปซะ นี่มันกี่โมงแล้ว ไปนอนในโรงแรมม่านรูดซะ!”
“แต่….”
“ทวิกกี้ มีอะไรเหรอ เอ้าแล้วนั้นคือ..” มาริลีน แมนสันได้ปรากฏตัวขึ้น เขาอยู่ในชุดสีฟ้าคราม เดินมาด้วยความสงสัย
“ก็ไอ้พวกนี้มันบอกจะขอความช่วยเหลือน่ะ” ทวิกกี้ตอบ
“นายชื่ออะไรน่ะ เพื่อน”
“โยชิกิ… ฮายาชิ โยชิกิ”
หลังจากที่มีโยชิกิตอบสองคู่หู พวกเขาก็ตกใจทันที
“อย่าบอกนะ….นายคือโยชิกิที่เป็นเพื่อนของเจ้าแมงมุมสีชมพูตัวน้อยน่ะเหรอ!”
“ใช่..และฉันเองก็ขอร้องให้พวกคุณช่วยฉัน”
อีกด้านหนึ่งของเมือง
สนามบินนานาชาติ 21:50
โทชินั่งรออยู่บนเครื่องบิน ข้างๆเขาเป็นเรเวนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่และเมื่อชายในชุดผ้าคลุมหันหน้ามาหาเขาการสนทนาจึงเริ่มต้นขึ้น
“พวกเราจะได้ไปหาพวกมังกรที่เหลือที่ญี่ปุ่นแล้วล่ะ แล้วเราจะต้องจัดการพวกโยชิกิก่อนที่มันจะได้มังกรตัวอื่นๆไป”
“ใช่….เราก็ทำให้เร็วกว่าโยชิกิ เพราะเขาอาจจะโจมตีก่อน
แต่ถ้าเราพวกเยอะ ต่อให้เป็นพวกโยชิกิก็ไม่มีทางเอาชนะพวกเราได้หรอก”เรเวนพูดจบ เขาก็ยิ้มแย้มด้วยความโรคจิต แล้วก็ทำสีหน้าปกติต่อไป
{ขอแจ้งให้ทราบค่ะ ขณะนี้เวลา21:55นาทีแล้วค่ะ ขอให้ผู้โดยสารทุกคนเข้าประจำที่นั่งได้แล้วค่ะ อีกสักครู่ก็บินแล้วนะคะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ}
บ้านของมาริลีน แมนสัน 21:55
พวกเขาทั้งคู่ทำหน้าซีดเผือดทันทีที่มือกลองหนุ่มเล่าเรื่องราวของเขาจนจบ ข้างๆเขานั้นคือเพื่อนเก่าของพวกเขาที่พวกเขาคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่2 พฤษภาคมแล้ว แต่พวกเขายังตกตะลึงไม่พอกับที่อดีตเพื่อนรักของโยชิกิได้คิดจะสังหารทั้งคู่ เพียงเพราะว่าฮิเดะฟื้นจากความตายมาเท่านั้น
“ให้หัวซาตานเป็นพยาน นี่มันเรื่องอะไรเนี้ย
ตอนแรกเจ้าแมงมุมน้อยตื่นจากโลงศพ แล้วเพื่อนแกก็ตามมาเฉือดพวกนายทั้งสองคนทิ้งใช่ไหม”มาริลีนถามโยชิกิด้วยความสงสัย
“ใช่”
ทั้งมาริลีนและทวิกกิ้ได้จ้องหน้าด้วยความตกใจถึงขีดสุด
“ตกลงเลย งั้นพวกนายอยู่กับพวกเราไปก่อนนะและถ้าปลอดภัยแล้ว….”
“ไม่จ๊ะ มาริลีน
ฉันจะไปโยโกสุกะ ไปเยี่ยมหลุมศพของฉันเอง บางทีนี่อาจจะเป็นวิธียืนยันว่าฉันฟื้นจากความตายแล้วจริงๆ”
จบตอน

















